1758 จำนวนผู้เข้าชม |
หุ้น บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ประเทศไทย (DELTA) เป็นหุ้นอีกตัวที่เปิดปีใหม่ 2569 ถูกเทขายอย่างหนัก จนราคาไหลจากที่ยืนเหนือ 200 บาท ช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม ลงมาแกว่งบริเวณ 170-180 บาท โดยราคาหุ้นลงแรงเกือบ 15% แตะ 160 บาท ในวันที่ 8 มกราคม หลังจากบริษัทฯ ออกมาชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทแม่ Delta International Holding ได้ขายหุ้นบริษัทฯ แบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 51.2 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.41% ของจำนวนหุ้นชำระแล้วทั้งหมด ผ่านกระดานซื้อขายรายใหญ่ (Big-Lot) ในราคาเฉลี่ย 171 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาด (Discount) จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการธุรกิจ หรือนโยบายธุรกิจ แต่จะช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน และขยายกิจการในอนาคต
ยิ่งบรรยากาศการลงทุนรายวันที่ไม่เป็นใจ ยิ่งกดดันให้มีแรงขายโถมออกมา กดราคาหุ้นอ่อนตัวแตะจุดต่ำสุดที่ 155.50 บาท แต่หลังจากแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้นเริ่มคลายตัว ประกอบกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ออกมาให้ข้อมูลตรงกันหลายสำนักว่า การขายหุ้นของบริษัทแม่ ถือเป็นการเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียนของหุ้น DELTA และเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันมีโอกาสเข้ามาลงทุนระยะยาวได้มากขึ้น ช่วยให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพมากขึ้น อีกทั้งแนวโน้มธุรกิจระยะสั้นยังเติบโตได้แข็งแกร่ง ส่งผลให้เริ่มมีแรงซื้อดันราคาหุ้นให้ปรับขึ้นมายืนเหนือ 160 บาท ได้อีกครั้ง
จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ล่าสุด รวม 14 ค่าย อาทิ กรุงศรี (KSS) เคจีไอ (KGI) ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ธนชาต (TNS) โกลเบล็ก (GBS) ทุกค่ายคิดตรงกันว่า รายได้งวดไตรมาสสุดท้ายปี 2568 ของ DELTA จะเติบโตดีขึ้น ทั้งเมื่อเทียบรายปี (YoY) และเทียบรายไตรมาส (QoQ) หนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดี ยังเติบโตแข็งแกร่ง หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ เป็น 28.6% ตามสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์วัตถุดิบค่อนข้างทรงตัว
ส่วนแนวโน้มไตรมาสแรกปี 2569 นี้ ยอดขายยังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง หลังจากผ่านช่วงปลายปีที่ลูกค้ามักชะลอคำสั่งซื้อไปแล้ว ทำให้การจัดซื้อและรับมอบสินค้าเข้าสู่ภาวะปกติ บวกกับกระแสการลงทุนใน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังเป็นขาขึ้น ยังช่วยหนุนความต้องการใช้งานสินค้าเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังจะเริ่มรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ Liquid Cooling System
อย่างไรก็ตาม การที่แนวทางการประเมินมูลค่าหุ้น DELTA ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีความแตกต่างกันไป ทำให้ราคาเหมาะสมอยู่ในกรอบที่กว้าง ระหว่าง 146-270 บาท โดยทิสโก้ (TSC)ให้มูลค่าต่ำสุด ที่ 146.75 บาท ส่วนธนชาต (TNS) ให้สูงสุดที่ 270 บาท ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ ประเมินมูลค่าที่ 174-178 บาท ทำให้การลงทุนอาจต้องเน้นเก็งกำไรตามรอบมากกว่า