1179 จำนวนผู้เข้าชม |
นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บมจ. ซัสโก้ (SUSCO) เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมรุกขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจน้ำมัน (Oil) และธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil) ภายใต้งบลงทุนรวม 400 ล้านบาท เพื่อยกระดับรายได้รวมปีนี้ให้เติบโต 8% และวางโครงสร้างพื้นฐานรับการก้าวเป็น Smart Energy & Mobility Solutions Provider เต็มรูปแบบ ตามกลยุทธ์ 3 ปี (ปี 2569-71) ที่วางไว้ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยธุรกิจ Oil ตั้งเป้าเพิ่มสถานีบริการน้ำมันอีก 10 แห่ง เพื่อให้มีจำนวนสถานีบริการครบ 300 แห่ง ภายในปี 2571 รวมถึงติดตั้ง EV-charger ภายในสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จากที่มีอยู่ 55 สถานี และหัวชาร์จรวม 137 หัวเพื่อให้พร้อมรองรับการใช้งานของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
ส่วนธุรกิจ Non-Oil จะขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจขายรถยนต์ไฟฟ้า ที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับ BYD และ DENZA พร้อมกับรุกสู่ธุรกิจเช่าซื้อ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทางเลือกการใช้รถที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่า รวมถึงธุรกิจให้เช่ารถยนต์ ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และการพัฒนาโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ SUSCO SQUARE เพื่อเพิ่มรายได้ทางตรง จากยอดขายน้ำมัน กับค่าเช่าพื้นที่ และรายได้ทางอ้อมจากการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ การขยายฐานลูกค้า และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว
ซึ่งธุรกิจขายรถยนต์ไฟฟ้า เตรียมเปิดโชว์รูม BYD SUSCO Beyond เพิ่ม 1 แห่ง ที่ จ. สิงห์บุรี ทำให้จำนวนโชว์รูมเพิ่มเป็น 12 แห่ง พร้อมกับตั้งเป้ายอดขายทั้งปีที่ 3,800 คัน ส่วนคอมมูนิตี้มอลล์ SUSCO SQUARE มีแผนเปิดโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มปีละ 1 แห่ง หลังจากเพิ่งเปิดตัวสาขาล่าสุด ที่ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 10 ไร่ สามารถรองรับการจอดรถได้มากกว่า 200 คัน ครบครันทั้งบริการน้ำมัน สถานีชาร์จ EV ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร B-Quik มินิมาร์ต Lawson ร้านกาแฟ Starbucks ร้านขายยา Pharmax และร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำ เช่น Lucky Suki, ฉ่อย, เขียง, วราภรณ์, Burger King, KFC พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างครบวงจร

ปัจจุบัน SUSCO SQUARE เปิดให้บริการแล้ว 4 สาขา ได้แก่ พุทธบูชา ศรีนครินทร์ ลำลูกกา และปิ่นเกล้า ถือเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพิ่มเติมจากธุรกิจขายรถยนต์ไฟฟ้า ในการผลักดันให้รายได้จากธุรกิจ Non-Oil เติบโตเท่าตัว จากเฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านบาท เพิ่มเป็นเดือนละ 20 ล้านบาท ภายในปี 2571 ตามแผนที่วางไว้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจ Oil ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 85% พร้อมกับสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว