52 จำนวนผู้เข้าชม |
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยแผนดำเนินงานปี 2569 ว่า พร้อมสานต่อความสำเร็จจากการปรับกลยุทธ์ในการบริหารพอร์ตการลงทุนในปี 2568 ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถรับมือความผันผวน ที่เกิดจากทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย ด้วยการปรับนิยาม และจัดกลุ่มสินทรัพย์ในการลงทุนประเภทต่างๆ ใหม่ เป็นการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุก และเชิงรับ แตกต่างจากเดิมที่ตีกรอบเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูง และสินทรัพย์เสี่ยง กบข. ทำให้การลงทุนทำได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก
พร้อมกันนี้ กบข. กำลังพัฒนากลยุทธ์การลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนใหม่ๆ นำร่องด้วยโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี อย่างน้อย 2-3% ตลอดจนชวยกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ เป้าหมายทางการเงิน และความมั่นคงทางการเงิน เพื่อให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข
การปรับแนวทางการลงทุนดังกล่าว ทำให้ กบข. สามารถบริหารผลตอบแทนรายแผนในปี 2568 ให้ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ได้เป็นส่วนใหญ่ หลังจากการลงทุนทองคำ สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงที่สุด ถึง 52.8% รองลงไปเป็นการลงทุนหุ้นต่างประเทศ และการลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งให้ผลตอนแทนจากการลงทุนได้ 17.5% และ 9.4% ตามลำดับ ส่งผลให้แแผนเชิงรุก 65 ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้เกือบ 8.9% ขณะที่แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) และแผนลงทุนพื้นฐาน สร้างผลตอบแทนได้ 8.7% และ 4.3% ตามลำดับ สะท้อนให้ห็นถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสม และการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกให้ดีขึ้นในระยะยาว

