1461 จำนวนผู้เข้าชม |
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai CIO) ประเมินบรรยากาศการลงทุนในปี 2569 ว่า เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบเชิงนโยบายจากหลายเหตุการณ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น แรงกดดันจากมาตรการกีดกันการค้า สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินอเมริกา กดดันให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนอย่างรวดเร็วบ่อยครั้ง เห็นได้จากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอเมริกา ที่ราคาดีดตัวต่อเนื่องในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นโลกยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ จากปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่งในหลายภูมิภาค และการใช้มาตรการคลังเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้เริ่มเห็นการปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอเมริกา แล้วหันมากระจายการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับชัดเจนทั่วโลกแทน เกิดภาพการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) ชัดเจนมากขึ้น
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนในลักษณะ Barbell Strategy โดยผสมผสานระหว่างหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ได้ประโยชน์จากนวัตกรรม AI แต่ขยายขอบเขตจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และซอฟท์แวร์จากอเมริกา ไปในภูมิภาคเอเชีย หรือขยายวงไปสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ดาต้า เซ็นเตอร์ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับความต้องการใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่กลายเป็นเทรนด์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ เข้าด้วยกันกับหุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เช่น กลุ่ม Healthcare กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และ ฮาร์ดแวร์ กลุ่มธนาคารในยุโรป รวมถึงการเพิ่มน้ำหนักในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างอินเดีย และเวียดนาม
ขณะเดียวกัน เพื่อพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะยาว ควรแบ่งเงินลงทุนทองคำในสัดส่วน 5–10% ของพอร์ต เพราะคาดการณ์เป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ ออนซ์ละ 5,300–5,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ