KKP เผยทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ฟื้นตัวอ่อนๆ จากปี 2568 และมีโอกาสสูงที่รายใหญ่จกินรวบตลาดแนวสูง

40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

KKP เผยทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ฟื้นตัวอ่อนๆ จากปี 2568 และมีโอกาสสูงที่รายใหญ่จกินรวบตลาดแนวสูง




กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP)  จัดสัมมนาประจำปี KKP Year Ahead เพื่อนำเสนอข้อมูล พร้อมการวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับธุรกิจ เศรษฐกิจ และการลงทุน จากผู้เชี่ยวชาญาในแต่ละอุตสาหกรรม ล่าสุด เป็นคิวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ. ศุภาลัย (SPALI) และนางสาวนฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ บมจ. หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ร่วมแบ่งปันมุมมองถึงทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569 ว่า สามารถถ้าวผ่านจุดต่ำสุดที่เกิดในปี 2568 ได้แล้ว แต่การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างเปราะบาง จากปัจจัยกดดันเชิงโครงสร้าง 3 ประการ ประการแรก กำลังซื้อหลักถดถอย โดยกลุ่มประชากรช่วงอายุ 26–45 ปี ซึ่งเป็น Real Demand  มีจำนวนและกำลังซื้อลดลง ประการที่ 2 คนรุ่นใหม่มีค่านิยมเลือกการเช่าเพื่ออยู่อาศัย มากกว่าจะตัดสินใจซื้อขาดในระยะยาว และประการที่ 3 ความต้องการซื้อจากชาวต่างชาติลดลง 

ยิ่งการที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ทำให้เกิดการแย่งชิงลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่ประสบปัญหาความยากลำบากในการขออนุมัติสินเชื่อมากกว่ากลุ่มอื่น

ที่สำคัญ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเล็ก เริ่มมีบทบาทในตลาดคอนโดมีเนียมลดลง เพราะถูกผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับ Top 5 ของประเทศ ครองส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ดูได้จากกลุ่ม Top 5 มีสัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่สูงถึง 53% ของตลาด เติบโตก้าวกระโดดจากปี 2567 ที่มีสัดส่วนเพียง 33% ส่งผลให้การลงทุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ้ต้องเลือกลงทุนเป็นรายตัว เน้นไปที่ Top 5 ของตลาดเป็นหลัก
 
สำหรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการรักษาความสามารถในการบริหารกระแสเงินสด เพื่อให้มีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง (High Liquidity) ควบคู่ไปกับควบคุมภาระหนี้สินไม่ให้มากเกินไป (Low Gearing) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการรอจังหวะเข้าซื้อที่ดินคุณภาพดี ในต้นทุนที่ถูกลง เมื่อโอกาสเอื้ออำนวยในอนาคต

ขณะเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทสำนักงาน (Office) ซึ่งยังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด รวมถึงกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก และที่ดินว่างเปล่า เพราะนอกจากจะไม่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้ามาแล้ว ยังต้องแบกรับภาระภาษีที่ดิน ในขณะที่แนวโน้มราคาประเมินน่าจะยังไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ในปี 2570 




 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้