797 จำนวนผู้เข้าชม |
นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมยกระดับนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการบนหลักวิทยาศาสตร์ (science-led nutrition) เพื่อช่วยส่งเสริมสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว และมีรสชาติที่สัตว์เลี้ยงชื่นชอบ เพื่อตอบสนองกระแสความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มอบประโยชน์ด้านสุขภาพที่ชัดเจน วัดผลได้จริง และเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมขึ้นเป็น 15% ของรายได้รวมปี 2569 พร้อมกับสร้างการเติบโตของผลดำเนินงานในระยะยาว ควบคู่ไปกับการรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของโลก
สำหรับกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก คือ การทำงานร่วมกับลูกค้าซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่บูรณาการข้อมูลเชิงลึกของตลาดเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทแม่ บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) และการผนึกกำลังกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และโภชนาการสัตว์เลี้ยง ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ภาควิชาการเข้ากับการทำงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว (i-Cattery) ของบริษัทฯ ช่วยเร่งกระบวนการคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น 3 เท่า หลังจากในช่วง 3 ปีที่่ผ่านมา (ปี 2566-68) i-Cattery ได้มีการทดสอบผลิตภัณฑ์กว่า 795 รายการให้กับแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำระดับโลกกว่า 20 แบรนด์ ผ่านการทำงานร่วมกับบรรดาแมวนักชิม เพื่อถอดรหัสข้อมูลเชิงลึกและทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยง จนมั่นใจได้ว่า ทุกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจาก i-Cattery จะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ i-Cattery ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์ เพื่อการวิจัยและการดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ในระดับสูงสุดจาก AAALAC International เพียงรายเดียวของโลกที่ได้รับการรับรองดังกล่าว สร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ลูกค้า คู่ค้า และผู้บริโภคทั่วโลก

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Food) โดยตั้งเป้าขยายนวัตกรรมให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplement) โภชนบำบัด (Nutraceuticals) และโภชนาการเฉพาะทาง (Personalized Diets) ภายในปี 2573