TRUE ก้าวเข้าสู่โหมดการเติบโตรอบใหม่ หลังผลงานไตรมาสสุดท้ายปี 2568 ทำได้เกินคาดหมาย

1822 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TRUE ก้าวเข้าสู่โหมดการเติบโตรอบใหม่ หลังผลงานไตรมาสสุดท้ายปี 2568 ทำได้เกินคาดหมาย




บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปี 2568 มีกำไรสุทธิ 4.0 พันล้านบาท พลิกฟื้นจากที่ขาดทุนสุทธิ 7.5 พันล้านบาท ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (YoY) และเติบโต 154.5% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ดีกว่าตลาดคาด แต่หากตัดรายการพิเศษออกไป (กําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรจากภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ค่าใช้จ่ายจากการรวมกิจการ และค่าใช้จ่ายจากการด้อยค่า) กำไรปกติจะอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.8% YoY และ 31.5% QoQ โดยการเติบโตทั้ง QoQ และ YoY หนุนจากรายได้จากการขายและบริการที่สูงขึ้น สาเหตุหลักจากการเติบโตของธุรกิจมือถือ (ธุรกิจหลัก) ที่สูงมากจนชดเชยการชะลอตัวของธุรกิจบรอดแบนด์ และธุรกิจทีวีแบบบอกรับเป็นสมาชิกได้ อีกทั้งต้นทุนการดำเนินงานลดลงมากกว่าคาด หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น และยังได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยจ่ายลดลง ทำให้อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้น และช่วยสนับสนุนให้ผลดำเนินงานทั้งปี พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2567 มาเป็นกำไรสุทธิ 9.0 ล้านบาท โดยมีกำไรปกติที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 95% ทั้งที่รายได้จากการขายและบริการจะชะลอตัว 5% มาอยู่ที่ 1.95 แสนล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ก่อนจ่ายปันผลตามมาในวันที่ 26 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ในอัตรา 0.19 บาท ทำให้ในรอบปี 2568 บริษัทฯ จ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 0.31 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 2.3%  

การเติบโตของธุรกิจมือถือในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน พิสูจน์จากจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิเป็นบวก 578,000 ราย และรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (Average Revenue Per User - ARPU) มีโมเมนตัมแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเติบโต 4.5% YoY และ 1.1% QoQ มาอยู่ที่ 225 บาท ช่วยยุติความกังวลช่วงก่อนหน้านี้ได้หมด (จำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิติดลบต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาสแรกของปี ส่วนรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หดตัวติดต่อกันในไตรมาส 2 และ 3) พร้อมกับทำให้ผู้บริหาร TRUE มีความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่โหมดการเติบโตรอบใหม่ เพราะยังคงมั่นใจในคุณภาพของโครงข่ายที่เหนือกว่า ทั้งจากการปรับปรุงโครงข่าย และการมีคลื่นความถี่และแบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นจากการประมูลครั้งล่าสุด ช่วยดึงดูดผู้ใช้บริการ อีกทั้งการเดินหน้ากลยุทธ์ upsale / crosssale เพื่อยกระดับ ARPU ให้สูงขึ้นต่อไป จะสร้างรายได้ให้สูงขึ้น ประกอบกับการลดต้นทุนผ่านการ synergy และการปรับองค์กรในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยให้กำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) และกำไรเติบโตในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ โดยตั้งเป้าหมายปี 2569 ด้านรายได้จากธุรกิจหลักเติบโต 2-3% ส่วนเป้า EBITDA เติบโตในอัตรา 7-9% และคงสัดส่วนงบลงทุนต่อรายได้รวมที่ระดับ 13-14% ต่อเนื่องจนถึงปี 2571 ควบคู่ไปกับแผนลดหนี้ เพื่อเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลให้ได้ในระดับ 70% ของกําไรสุทธิ

ความชัดเจนเหล่านี้ ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทุกสำนักทยอยปรับเพิ่มประมาณการกำไร ส่งผลให้มีแรงซื้อดันราคาหุ้น TRUE ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสามารถยืนเหนือ 14 บาท และสามารถทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี ได้ที่ 14.90 บาท โดยมีโมเมนตัมที่จะปรับขึ้นต่อ ทั้งจากภาวะอุตสาหกรรมที่ไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่หันมาเน้นความสามารถในการทำกำไร เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น แนวโน้มธุรกิจของ TRUE ที่สดใสมากขึ้น และการที่ราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้มี upside จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ตลาดให้ไว้ที่ 16 บาท รวมถึงราคาเป้าหมายสูงสุดที่ค่ายซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) และกรุงศรี (KSS) ให้ไว้ที่ 18.30 บาท และ 19 บาท ตามลำดับ เพราะประเมินว่า TRUE น่าจะมีศักยภาพการจ่ายปันผลช่วง 3 ปีนี้ ได้เหนือ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือเอไอเอส ผลจากการลงทุนโครงข่ายที่ TRUE ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องใกล้แล้วเสร็จ ทำให้งบลงทุนของบริษัทฯ น่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ADVANC (เฉพาะปีนี้ TRUE วางงบลงทุนที่ 2.5–2.7 หมื่นล้านบาท ส่วน ADVANC อยู่ที่ 3.0-3.5 หมื่นล้านบาท) ได้ต่อเนื่องตลอด 3 ปีนี้






Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้