1361 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) ประกาศผลดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 65.74 ล้านบาท ลดลง 61% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุจากไม่มีกำไรพิเศษจากเงินปันผล และเงินลงทุนในบริษัทร่วม บีบีจีไอ ไบโอดีเซล (BBGI-BI) อย่างในปีก่อน ประกอบกับรายได้จากการขายและให้บริการลดลง 23.6% มาที่ 1,672.97 ล้านบาท หลักๆ จากกลุ่มธุรกิจ Trading ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของอเมริกา ฉุดให้อุปสงค์ลดลง และการแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้น ฉุดให้รายได้ลดลง 30.5% ทั้งที่รายได้จากกลุ่มธุรกิจ Manufacturing - Energy และกลุ่มธุรกิจ Manufacturing - Petroleum จะยังเติบโต 18.4% และ 3.9% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวจาก 17.03% ขึ้นมาเป็น 22.44% ส่งผลให้กำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถในการทำกำไร อยู่ที่ 237.15 ล้านบาท ลดลง 38.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การบริหารสภาพคล่อง และกระแสเงินสดทั้งปีทำได้ที่ 454.11 ล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้ต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 0.81 เท่า ตอกย้ำจุดยืนในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเตรียมจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7.25% (อิงราคาหุ้นที่ 2.76 บาท) กำหนดวันไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 28 เมษายนนี้ ก่อนจ่ายเงินตามมาในวันที่ 15 พฤษภาคมที่จะถึงนี้
พร้อมกันนี้ นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ UAC ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า พร้อมเดินหน้ารักษากระแสเงินสดให้สูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในธุรกิจ Manufacturing พร้อมกับบริหารต้นทุนเพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจ Trading ให้สูงขึ้น รวมถึงปรับแผนลงทุน และแผนบริหารการเงิน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังมีความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อย่างรัดกุมเหมือนที่ดำเนินการมาตลอด เพื่อรักษาศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามกลยุทธ์ที่วางไว้
สำหรับภาพระยะสั้น เบื้องต้น บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2569 ราว 10% ขับเคลื่อนจากการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกธุรกิจ เสริมด้วยการรับรู้รายได้จากโครงการผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF 3) ในอินโดนีเซีย ผ่านบริษัทร่วมทุน CYC ที่จะรับรู้รายได้เต็มปีเป็นครั้งแรก และโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส ภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ที่พร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์
