22 จำนวนผู้เข้าชม |
นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) เปิดเผยแผนดำเนินงานปี 2569 ว่า พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมความเสี่ยง การเพิ่มจำนวนร้านจำหน่ายก๊าซ สถานีบริการ และโรงบรรจุก๊าซ การยกระดับสถานีบริการ และโรงบรรจุก๊าซให้ทันสมัย มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง การจัดเก็บสินค้า และการกระจายสินค้า ช่วยให้สามารถส่งมอบสินค้าได้สอดรับกับงความต้องการของลูกค้าทั้งภาคขนส่ง ภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม ได้ดียิ่งขึ้น และครอบคลุมทั่วทั้งประเทศมากขึ้น พร้อมกับยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน รองรับแผนก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด LPG ในประเทศ ในระยะยาว ภายใต้งบลงทุนรวม 1,000-1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจ LPG ราว 400-700 ล้านบาท ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ LPG และธุรกิจใหม่ ให้บริการสื่อโฆษณา ในสัดส่วน 300-400 ล้านบาทใกล้เคียงกัน
ในเบื้องต้น บริษัทฯ วางแผนเปิดร้านจำหน่ายก๊าซ LPG ใหม่ 130-150 แห่ง เปิดสถานีบริการเพิ่ม 8-10 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กับพื้นที่ศักยภาพในภูมิภาคต่างๆ พร้อมขยายโรงบรรจุก๊าซอีก 1-3 แห่ง รวมถึงขยายช่องทางการหารายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณา จากทั้ง Taxi Ads และการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสถานีบริการ LPG กว่า 240 แห่งทั่วประเทศ เพื่อผลักดันรายได้ทั้งปีให้เติบโต 10-12% ก่อนจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว ผลจากการมีฐานรายได้ประจำจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับธุรกิจใหม่ที่มีอัตรากำไรสูง
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 301.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อนหน้า หนุนจากการเติบโตทั้งในธุรกิจจำหน่าย LPG (ธุรกิจหลัก) และธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณา (ธุรกิจเสริม) ช่วยผลักดันให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.7% เป็น 11,616.4 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 14.7% ส่งผลให้พร้อมจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 6 มีนาคม และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ทำให้บริษัทฯ จ่ายปันผลทั้งปีในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 8.5% เมื่ออิงราคาหุ้นที่ 1.75 บาท