12 จำนวนผู้เข้าชม |
นายเควิน กัมปีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมเดินหน้าบริหารธุรกิจเชิงรุก โดยอาศัยจุดแข็งจากการมีพอร์ตสินค้าแบรนด์ระดับโลกที่หลากหลาย ครอบคลุมกำลังซื้อทุกเซกเมนท์ ขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง (HNWI) และสูงมาก (UHNWI) ซึ่งมีความต้องการสินค้าคุณภาพสูงที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ ควบคู่ไปกับหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี และเทรนด์ Wellness & Sustainable Luxury ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดงานแสดงสินค้า รวมถึงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้มีแผนเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่จากอังกฤษและอิตาลี แบรนด์แรกเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องนอน ที่ได้รับความนิยมในตลาดระดับบนทั่วโลกสูงมาก โดยกำลังเจรจาเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ เพื่อเปิดโชว์รูมสำหรับแบรนด์นี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาสแรกนี้ ส่วนแบรนด์ที่สองเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ มีโชว์รูมในอาคาร Euro Creations T3 ซึ่งเป็น Flagship แห่งใหม่ของบริษัทฯ ในไตรมาสสุดท้าย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเร่งส่งมอบสินค้าให้ตรงตามแผน ทั้งคำสั่งซื้อในมือที่มีกว่า 1.400 ล้านบาท และคำสั่งซื้อใหม่ๆ รวมถึงม่งบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งการควบคุมต้นทุน การบริหารสินค้าคงคลังอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงในระดับ 46% อย่างต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนเพิ่มจำนวนโชว์รูมเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกแบรนด์ที่บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างสมดุล ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เพื่อรักษาการเติบโตของยอดขายและยอดจอง สนับสนุนให้รายได้ปีนี้เติบโต 10-15% จากปีก่อน ก่อนเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 146.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.84% จากปีก่อนหน้า หนุนจากรายได้จากการขายและการบริการที่เติบโต 11.46% เป็น 1,426.93 ล้านบาท และความสำเร็จในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มจาก 9.73% ในปีก่อนหน้า ขึ้นมาเป็น 10.19% ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารธุรกิจ และการเสริมความแข็งแรงเชิงโครงสร้างทางธุรกิจ
โอกาสนี้ EURO ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 11 มีนาคม และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ รวมถึงเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) จำนวนไม่เกิน 5 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.64% ของหุ้นทั้งหมด เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ถึงวันที่ 14 สิงหาคมปีนี้ คิดเป็นวงเงินรวมไม่เกิน 25 ล้านบาท เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพิ่มอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) และเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นในอนาคตสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทฯ