15 จำนวนผู้เข้าชม |
นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า จะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังเก็บและระบบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงในการจัดหาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้มีความหลากหลาย ลดการพึ่งพิงจากภูมิภาคตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว ทั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านอุปทาน ให้มีเพียงพอกับความต้องการในตลาด และมีสต๊อกสำรองสอดคล้องกับแผนขยายฐานรายได้ ที่ตั้งเป้ายอดขายรวมเติบโตจากปีก่อน 10.5% เป็น 3.51 ล้านตัน ช่วยเพิ่มกระแสเงินสด ยกระดับผลดำเนินงานให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมกับยกระดับฐานะทางการเงินให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากยอดขาย LPG ในตลาดต่างประเทศ ที่เป็นฐานรายได้หลัก อ่อนแอลง ทั้งด้านปริมาณขาย และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาสแรกของปี กดดันให้ธุรกิจมีผลขาดทุนจากสต๊อก (Stock loss) ของสินค้าคงเหลือข้ามเดือนมาตลอด พร้อมกับฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนแอลง ส่งผลให้ผลดำเนินงานงวด 9 เดือนออกมาขาดทุนสุทธิต่อเนื่องกว่า 658 ล้านบาท ก่อนจะพลิกผันในไตรมาสสุดท้ายของปี เมื่อราคาก๊าซเริ่มฟื้นกลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเริ่มฟื้นตัว และเริ่มมีกำไรจากสต๊อก (Stock gain) ของสินค้าคงเหลือ ช่วยให้ผลดำเนินงานกลับมามีกำไรสุทธิ 667 ล้านบาท และหนุนให้ผลดำเนินงานทั้งปีพลิกเป็นมีกำไรสุทธิ 8.5 ล้านบาท พร้อมกับประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 11 มีนาคม และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 20 พฤษภาคม
ขณะเดียวกัน การที่ราคาก๊าซ LPG ในไตรมาสแรกปีนี้ มีการปรับขึ้นจากไตรมาสสุดท้ายปีก่อนเล็กน้อย (ไม่นับรวมสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ช่วง 10 วันแรกของเดือนมีนาคม) ตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลบวกให้ผลดำเนินงานไตรมาสแรกของบริษัทฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนตามไปด้วย และน่าจะสนับสนุนให้แนวโน้มผลดำเนินงานทั้งปีสดใสตามแผนที่วางไว้