23 จำนวนผู้เข้าชม |
นางจูเลีย เพ็ชญไพศิษฎ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า ตั้งเป้ารายได้เติบโต 40% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการเปิดโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมชุมนุมทรัพย์ จังหวัดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 2.5-4.0 เท่าตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้นได้แล้ว ยังจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในการรับงานรับเหมาระบบห้องผ่าตัด และรับเหมางานตกแต่งภายในให้สูงขึ้น จากการผลิตสินค้าได้เองมากขึ้น ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ในสินค้าหลายประเภท เพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
นอกจากนี้ การเพิ่มทีมขายล่วงหน้า ยังจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถเข้าร่วมประมูลงานใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น ทั้งงานประตูอัตโนมัติและระบบห้องผ่าตัด และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเข้าประมูลงานรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ด้วยกัน เพื่อเพิ่มงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ให้สูงขึ้นจาก 50 ล้านบาท ในปลายปีก่อน สร้างการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายตลาดส่งออก ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในสิงคโปร์ซึ่งมีความต้องการสินค้าสูง
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 15.1 ล้านบาท ลดลง 24.6% จากปีก่อนหน้า สาเหตุจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 1.2% มาที่ 147.4 ล้านบาท หลักๆ จากการขายผลิตภัณฑ์สําหรับสถานพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศในไตรมาสสุดท้าย กดดันให้การส่งมอบงานโครงการเดิมล่าช้าออกไป ขณะที่โครงการใหม่ถูกเลื่อนประมูลออกไป ส่งผลให้อัตรากําไรขั้นต้นลดจาก 36.6% ในปี 2567 เหลือ 31.6% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พร้อมจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.033 บาท พร้อมกับถือโอกาสนี้แจกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) ฟรี ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย PANEL-W1 และ PANEL-W2 กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) และวันที่ไม่ได้รับสิทธิจัดสรรวอร์แรนต์ (XW) ตรงกันวันที่ 29 เมษายน ส่วนกำหนดจ่ายเงินปันผลอยู่ทีวันที่ 20 พฤษภาคม
ท้ั้งนี้ PANEL-W1 จะจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอายุ 1 ปี และกำหนดราคาใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นละ 1.30 บาท ขณะที่ PANEL-W2 จะจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นในอัตรา 8 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอายุ 3 ปี และกำหนดราคาใช้สิทธิแปลงสภาพที่หุ้นละ 3.68 บาท ทุกรุ่นสามารถใช้สิทธิได้ทุก 3 เดือน ส่งผลให้บริษัทฯ จำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 95 ล้านบาท เป็น 130.63 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของ PANEL-W1 และ PANEL- W2 ซึ่งจะต้องขอมติเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 เมษายนก่อน โดยบริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้จากการออก PANEL-W1 และ PANEL-W2 ไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจ โดยเฉพาะการวางหลักประกันสำหรับการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต