554 จำนวนผู้เข้าชม |
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล (ขวา) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร พร้อมด้วยนายกีรติ ไชยะกุล (ซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน บมจ. เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจร ร่วมนำเสนอผลดำเนินงานประจำปี 2568 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) เมื่อเร็วๆ นี้ เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านการขยายฐานลูกค้าเชิงรุก และบริหารต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยแผนบริหารต้นทุน ตั้งเป้าลดสัดส่วนการพึ่งพิงวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากภายนอกลงจาก 75% ในปีก่อน เหลือเพียง 50% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ขานรับการเปิดเดินเครื่องโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เฟส 2 มูลค่า 180 ล้านบาท ช่วยให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงละ 150 ตันผลปาล์มสด หรือวันละ 3,600 ตันผลปาล์มสด ขณะเดียวกัน พร้อมเดินหน้าก่อสร้างและเพิ่มกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เฟส 3 คาดแล้วเสร็จภายในปี 2570 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตสูงสุดเพิ่มเป็นชั่วโมงละ 210 ตันผลปาล์มสด หรือวันละ 5,040 ตันผลปาล์มสด
ส่วนขยายฐานลูกค้าเชิงรุก ในส่วนตลาดในประเทศ มุ่งขยายสู่กลุ่ม B2C ด้วยการวางจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวด แบรนด์ “รินทิพย์” ผ่านช่องทาง Modern Trade พร้อมกระจายสินค้าผ่าน Cash Van นำร่องในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเริ่มต้นแล้วใน จ. สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยตั้งเป้าขยายให้ครอบคลุมทั่วภาคใต้ภายในปีนี้ ก่อนต่อยอดสู่ภูมิภาคอื่นตามมา เพื่อสร้างแบรนด์และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว สำหรับตลาด B2B พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มคุณภาพสูง ตรงตามมาตรฐาน RSPO ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร ขนมขบเคี้ยว และร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าความร่วมมือกับ Intercontinental Specialty Fats (ISF) ในเครือ Nisshin OilliO Group เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มจาก 40% ในปีก่อน เป็น 50% สร้างความหลากหลายของรายได้ และลดความผันผวนจากธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ สนับสนุนให้รายได้ปีนี้เติบโต 10–15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 2568 ที่สร้างสถิติสูงสุดเป็นประว้ติการณ์ 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% จากปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากความผันผวนของของราคาน้ำมันปาล์ม และเงินบาทแข็งค่าที่เกิดในครึ่งแรกปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง และกดดันให้กำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 310.3 ล้านบาท แต่บริษัทฯ พร้อมจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 29 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 20 พฤษภาคมที่จะถึงนี้