21 จำนวนผู้เข้าชม |
ภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค (BLC) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร เปิดเผยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตด้วยการขยายกำลังการผลิต เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ควบคู่ไปกับเดินหน้ากลยุทธ์ Aggressive Growth มุ่งสร้าง New S-Curve ผ่านการเพิ่มยอดขายสินค้าเดิมที่มีศักยภาพ ในฐานลูกค้าเดิม การเพิ่มยอดขายจากสินค้าใหม่ ในฐานลูกค้าเดิม โดยมีแผนจะวางจำหน่ายยาสามัญใหม่จำนวน 2 รายการ รวมถึงรุกขยายพอร์ตสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) ในกลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าเดิม เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์ Preventive Care พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมยาและสุขภาพครบวงจรอย่างยั่งยืน
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ สามารถต่อยอดการเติบโตของรายได้และกำไรสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ได้อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 7.1% เป็น 1,667.5 ล้านบาท หนุนจากการเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ยกเว้นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มาอยู่ที่ 176.3 ล้านบาท เพราะถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 19.9% ทั้งค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการรุกตลาด E-commerce ผ่านการรีวิวโดยอินฟลูเอนเซอร์ และการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ Diabederm และ Plaivana ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเพิ่มทีมขายและการตลาด เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย และการขยายตัวของธุรกิจ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่ากระจายสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามการเติบโตของยอดขายในระหว่างปี
อย่างไรก็ตาม การที่ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin).ในกลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 32.1% และ 24.2% ตามลำดับ ช่วยให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย จาก 11.1% ในปี 2567 ลงมาอยู่ที่ 10.5% ส่งผลให้บริษัทฯ พร้อมจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 9 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 30 เมษายนนี้ ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ทำให้บริษัทฯ จ่ายปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 0.15 บาท เท่าปีก่อนหน้า