SNPS พร้อมลุยธุรกิจใหม่ สร้าง New S-Curve ดันผลงาน New High ต่อเนื่อง

1113 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SNPS พร้อมลุยธุรกิจใหม่ สร้าง New S-Curve ดันผลงาน New High ต่อเนื่อง


 

 

ดร. ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ (SNPS) เปิดเผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 ว่า จะให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อยกระดับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (Product Innovation) เพื่อรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์และการใช้งานเชิงวิชาการที่หลากหลาย การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Digitization) ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนต่อหน่วย และเสริมความยืดหยุ่นในการจัดหาและการผลิต และการขยายช่องทางจัดจำหน่ายเชิงกลยุทธ์ และการใช้ข้อมูลลูกค้าในการออกแบบกิจกรรมทางการตลาด ที่มุ่งเน้นผลตอบแทนสูงและการเติบโตอย่างยั่งยืน (Precision Marketing & Channel Expansion)  

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารสินค้าคงคลัง และการจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับอัตรากำไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมกับสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้เป็นบวกสูงที่สุด ทั้งเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนเพื่อต่อยอดการเติบโตในระยะถัดไป ทำให้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%  

ล่าสุด บริษัทฯ ได้ประกาศการลงทุนในธุรกิจใหม่ ผลิตยาและเครื่องมือแพทย์ ผ่านบริษัทย่อย สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น (SI) มูลค่ารวม 226.4 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผลิตยาและเครื่องมือแพทย์ราว 175.90 ล้านบาท และงบลงทุนเช่าที่ดิน ขนาด 5 ไร่ 1 งาน ใน อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ จากบริษัท แพน สเปเชียลตี้ (PS) ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เป็นระยะเวลา 30 ปี มูลค่า 50.5 ล้านบาท โดยจะกู้ยืมสถาบันการเงิน 130 ล้านบาท ที่เหลือมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ เพราะเล็งเห็นว่าธุรกิจใหม่จะสร้าง New S-Curve ให้กลุ่มบริษัทฯ จากการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจออกไปสู่การผลิตยาแผนปัจจุบัน และเครื่องมือแพทย์เฉพาะทาง อาทิ น้ำลายเทียม ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลในช่องปาก และผ้าปิดแผล ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับขยายโอกาสในธุรกิจรับจ้างผลิต ทั้งในรูปแบบผลิตตามคำสั่งซื้อ (OEM) และรับจ้างพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (ODM) ในกลุ่มยาแผนปัจจุบันความเสี่ยงต่ำ และเครื่องมือแพทย์ เพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ ก่อนต่อยอดสู่ตลาดส่งออกในอนาคต ผลักดันให้รายได้เติบโตก้าวกระโดด  

ประการสำคัญ กลุ่มบริษัทฯ มีข้อได้เปรียบจากทั้งองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย เทคโนโลยีเฉพาะตัว และการมีหน่วยผลิตที่หลากหลาย ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร รวมถึงการจัดการต้นทุนเชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้ต้นทุนอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ อีกทั้งการให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพการผลิตให้ได้ตรงตามมาตรฐานระดับโลก ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ยึดมั่นมาตลอด ยังจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสมุนไพรไทย เศรษฐกิจไทย และเกษตรกรที่ปลูกวัตถุดิบสมุนไพรไทย ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน  

สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ สามารถสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ทั้งด้านรายได้และกำไร โดยกำไรสุทธิเพิ่ม 38% จากปีก่อนหน้า เป็น 111.9 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการเพิ่ม 21% เป็น 571.7 ล้านบาท (เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นธุรกิจจำหน่ายสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (API) เติบโต 40.6% เป็น 201.7 ล้านบาท ตามคำสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวสูงขึ้น ธุรกิจรับจ้างผลิต (ODM) เติบโต 11% เป็น 334.4 ล้านบาท ผลจากการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ตัวเอง (OBM) เติบโต 42.3% เป็น 18.1 ล้านบาท ผลจากการขยายช่องทางจําหน่าย และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระหว่างปี) ขณะที่อัตรากำไรสุทธิดีดตัวจาก 16.1% เป็น 19.2% ขานรับความสำเร็จในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พร้อมจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.19 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 5 พฤษภาคม และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 15 พฤษภาคมที่จะถึงนี้  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้