1365 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ (MASTER) หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมความงามในไทยและเอเชีย เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมพลิกฟื้นผลดำเนินงานให้ดีจากปี 2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลากหลายปัจจัยลบ (ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมศัลยกรรมและเสริมความงามที่รุนแรง การปรับเปลี่ยนแผนการตลาดให้สอดคล้องกับเกณฑ์การโฆษณาใหม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงปัจจัยนอกเหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นการถูกดึงตัวบุคลากรสำคัญ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ กดดันให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง 11.7% เป็น 1,884.8 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 32.3% เหลือ 24.8 ล้านบาท อีกทั้งยังมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท ทวิงเกิ้ล สตาร์ เข้ามากระทบเพิ่ม ฉุดให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดจาก 23.8% เหลือ 10.4% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 61% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 198 ล้านบาท) ด้วยการมุ่งเน้นการเติบโตที่ยั่งยืน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโฆษณาออนไลน์ ภายใต้กลยุทธ์ Organic Growth & Partnership Synergy ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ประกอบด้วย การปรับกลยุทธ์การตลาด มาเน้นการบอกต่อ โดยอาศัยเครือข่าย Influencer ในมือกว่า 2,400 ราย ซึ่งจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนให้ต่ำลง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเร่งปรับโครงสร้างบริหารในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อวาง Blueprint และส่งต่อมาตรฐานความสำเร็จให้กับพันธมิตรทุกราย ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในเครือ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร รวมถึงการรุกธุรกิจที่นอกเหนือศัลยกรรม (Non-surgical) และนวัตกรรมใหม่ เพื่อขยายฐานรายได้จากตลาดในประเทศ หลังจากในปีที่ผ่านมา รายได้จากธุรกิจ Non-surgical เติบโต 16.7% สวนทางรายได้จากธุรกิจศัลยกรรมที่หดตัว 4.7% โดยเตรียมเปิดตึกใหม่เพื่อให้บริการ Skin, Share และ Men Health พร้อมเพิ่มรายการหัตถการใหม่อีก 109 รายการ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และเพิ่มรายได้จากการทำซ้ำของลูกค้าเดิม รวมถึงการรุกเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพจิต ผ่านโมเดลเช่าพื้นที่ในโรงพยาบาล กับธุรกิจ Nursing Home ที่เชียงใหม่ การเพิ่มบริการนวัตกรรม ตลอดจนวางแผนปิดสาขาที่ไม่คุ้มทุน และขยายสาขาแบบ Stand Alone ที่คืนทุนไว โดยตั้งเป้าขยายฐานรายได้จากลูกค้าไทยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.5-2% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่คาดโตเพียง 1%
สำหรับแผนขยายฐานรายได้จากลูกค้าต่างประเทศ พร้อมขยายฐานลูกค้าชาวจีนที่อาศัยอยู่นอกประเทศ (EXPAT) ที่นิยมใช้บริการเสริมหน้าอก และดูดไขมัน อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรุกขยายฐานลูกค้า High-end จากตะวันออกกลาง ด้วยบริการดูดไขมัน กระชับสัดส่วน เสริมเพิ่มจากลูกค้าหลักชาวอินโดนีเซีย โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ 30-40% และเป้าหมายรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-3.5% ช่วยสนับสนุนให้รายได้จากการดำเนินงานทั้งปีเติบโต 5% พร้อมกับมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 12%

ซึ่งเมื่อพิจารณาสถานการณ์โดยรวมในไตรมาสแรก ที่มียอดเงินฝากจองคิวในไตรมาสแรกเข้ามาแล้วกว่า 40% ของเป้าหมายทั้งปี ตอกย้ำให้เห็นความเข้มแข็งของแบรนด์ มาสเตอร์พีซ (Masterpiece) ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจในมาตรฐานการให้บริการทุกขั้นตอน และการดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลงานทั้งปีจะทำได้ตามแผนที่วางไว้ ก่อนจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นในปี 2570