1489 จำนวนผู้เข้าชม |
ในบริบทที่ภาระหนี้กลายเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านกำลังซื้อภาคครัวเรือน ความสามารถลงทุนของภาคธุรกิจ และประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของระบบการเงินทั่วโลก ทำให้การแก้หนี้กลายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ ที่ต้องได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจังและเป็นระบบ ทำให้ บมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) พร้อมเดินหน้าพัฒนากลไกการแก้ไขหนี้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการทำหน้าที่ในการฟื้นฟูเสถียรภาพ ปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด
ล่าสุด นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าศึกษาดูงานและหารือแนวทางความร่วมมือกับ Korea Asset Management Corporation (KAMCO) องค์กรต้นแบบในการบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล ของสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีนาย Jeong Hoon Jeong ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KAMCO รวมถึงคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ โดยได้รับเกียรติจากนายจักร บุญ-หลง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เข้าร่วมหารือ และให้การสนับสนุนในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศด้วย
การศึกษาดูงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการศึกษาความสำเร็จที่สอดคล้องไปกับทิศทางการทรานสฟอร์มของ BAM จากการเป็นกลไกแก้หนี้ของประเทศ สู่การสร้างระบบนิเวศการแก้หนี้ในระดับภูมิภาค ทั้งเพื่อวางรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขหนี้ของประเทศ และแสวงหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ นอกเหนือจากประเทศไทย ผ่านการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับแนวหน้าของเอเชีย ใน 3 ด้านหลัก ด้านแรก การสำรวจโอกาสการลงทุนร่วม (Co-Investment) ทั้งในรูปแบบการร่วมลงทุน และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมสภาพคล่อง ด้านที่ 2 การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการแก้ไขหนี้และการบริหารสินทรัพย์ (Co-Knowledge Sharing) ผ่านเครื่องมือสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มดิจิทัล กลไกการลงทุนและบริหารสินทรัพย์ (Alternative Investment & Management) และข้อมูลเชิงลึกด้านตลาด (Market Intelligence) และด้านที่ 3 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกัน (Co-Human Capital Developmemt )ผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากร (Secondment) เพื่อยกระดับความสามารถในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น
พร้อมกันนี้ ทั้ง 2 องค์กร เตรียมสานต่อความร่วมมือในเวทีระดับนานาชาติ จากการพบปะในช่วงการประชุม The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารระดับสูง BAM ยังได้เข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจระดับนานาชาติ (Global Knowledge Exchange and Development Center - GKEDC) สาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันพัฒนาแห่งเกาหลี (Korea Development Institute - KDI) เพื่อศึกษาแนวคิดเชิงนโยบาย และบทเรียนจากประสบการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลี
โดยบทเรียนสำคัญจากการศึกษาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อหนี้ถูกสะสมอยู่ในภาคส่วนที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จะสร้างแรงกดทับต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว แต่หากหนี้ถูกจัดสรรไปยังภาคส่วนที่สามารถสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง หนี้พร้อมจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน GKEDC ยังสะท้อนให้เห็นว่า ข้อจำกัดของการเติบโตในบริบทเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเงินทุนเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่คุณภาพของระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างสถาบัน กลไกตลาด หรือความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าทรัพยากรและเงินทุนจะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างการเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
การศึกษาดูงานในสาธารณรัฐเกาหลีครั้งนี้ ทำให้ BAM สามารถต่อยอดแนวคิดในการยกระดับบทบาทการบริหารจัดการหนี้ จากระดับปฏิบัติการสู่การเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจในภาพรวม โดยมุ่งพัฒนาความสามารถในการออกแบบและเชื่อมโยงกลไกการแก้ไขหนี้เข้ากับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงบ่งขี้ให้เห็นถึงความพร้อมในการยกระดับขีดความสามารถขององค์กร เพื่อรองรับความท้าทายเชิงโครงสร้าง และต่อยอดสู่การขยายบทบาทในระดับภูมิภาคอย่างมีทิศทางและเป็นรูปธรรม