45 จำนวนผู้เข้าชม |
ภญ. ดร. ตีรวรรณ วนดุรงค์วรรณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (โครงการ JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการหารายได้ การบริหารต้นทุน การจัดการความเสี่ยง ยกระดับศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ทั้ง 4 แห่ง คือ โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สมุทรสาคร และโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล แยกไฟฉาย สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับธรรมาภิบาล และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมกับส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
โดยแผนการเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จะมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท และมีกำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) ที่ 1,000 ล้านบาท ในปี 2571 ประกอบไปด้วย การขยายศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์และบริการเฉพาะทาง มุ่งเน้นกลุ่มโรคซับซ้อนที่มีอุปสงค์สูง เช่น ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์อายุรกรรม ศูนย์สมอง ศูนย์กระดูกและข้อ และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วยและอัตรากำไร การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร ด้วยการใช้ AI Analytics และการเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่เพื่อเฝ้าระวังและพยากรณ์ปัญหาสุขภาพแบบเรียลไทม์ พร้อมปรับปรุงการบริหารต้นทุนด้วยเทคโนโลยี และการมุ่งสร้างระบบบริการสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพเชิงรุก และการติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Preventive Healthcare ของประเทศ เพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ส่วนการยกระดับด้านธรรมาภิบาล พร้อมนำเอานวัตกรรมมาใช้ในการกำกับดูแลรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านความโปร่งใส การยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส ผ่านการวางระบบบริหารจัดการเพื่อควบคุมและป้องกันการฉ้อโกงตามมาตรฐานสากล ISO 37003 ให้สำเร็จครบถ้วนภายในปี 2571 ขณะที่การยกระดับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม Scope 1 และ Scope 2 และมีการทวนสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอก เป็นประจำทุกปี เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส ก่อนยกระดับสู่การเป็นกลุ่มโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำในอนาคต โดยจะมีการสื่อสารความคืบหน้าและความสำเร็จตามกรอบระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ