75 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล (MMM) ผู้นำตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุม้ติการจัดตั้งบริษัท เคหะสงเคราะห์ แคปปิตอล เพื่อทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการยกระดับธุรกิจ จากเดิมที่เป็นเพียงที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาด สู่การเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์ และการเงิน (Property Finance) ได้ครอบคลุมทุกมิติ ผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แบบมั่งคงและยั่งยืนในระยะยาว จากการมีรายได้ประจำต่อเนื่องจากดอกเบี้ย ทำให้โครงสร้างรายได้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยกระดับเป็นหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของลูกค้าอย่างแท้จริง
การจัดตั้งเคหะสงเคราะห์ แคปปิตอล เกืดจากบริษัทฯ มองเห็นช่องว่างทางการตลาด ในกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง ที่ถูกจำกัดด้วยหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ เพราะบริษัทฯ มีความเข้าใจในตัวตนของลูกค้ากลุ่มนี้ ทำให้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่น อัตราดอกเบี้ยที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพอิสระ และเจ้าของธุรกิจที่มีความพร้อม สามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกบ้าน ไปจนถึงการได้รับสินเชื่อ แบบครบจบที่เดียว
สำหรับเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ จะมาจากกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการแปลงสิทธิจากการออกวอร์แรนต์ รวมทั้งมีการเตรียมแผนบริหารจัดการต้นทุนการเงิน (Cost of Funds) ไว้อย่างรัดกุม เพื่อรับมือสถานการณ์ทีดอกเบี้ยที่มีความผันผวน และรักษาอัตรากำไร (Margin) ที่ดีในระยะยาว พร้อมกับรักษาจุดยืนในการดำเนินธุรกิจ การปลอดหนี้กู้ยืมเงิน (Debt-Free) อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แผนธุรกิจ ในช่วง 3 ปีแรก เคหะสงเคราะห์ แคปปิตอลจะเดินหน้าขยายการให้บริ การครอบคลุมทุกสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างรากฐานพอร์ตสินเชื่อให้แข็งแกร่ง โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมที่ 700 ล้านบาท ในปี 2571 และพร้อมจะพิจารณาขยายบริการไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดให้ครอบคลุมทุกมิติ
ก่อนหน้านี้ MMM ได้จัดตั้งบริษัทย่อย เอ็มเอ็มเอ็ม เมกะ ฟิน โฮลดิ้ง (MMM Mega Fin Holding) โดยบริษัทฯ ถือหุ้น 100% เพื่อทำธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding) รองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ผ่าน 2 บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท เงินติดรั้ว ให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเล็ก (SMEs) โดยใช้อสังหาริมทรัพย์พร้อมอยู่ (Ready to Move) เป็นหลักประกัน ทั้งในรูปแบบนายหน้าจัดหาคู่สัญญา ระหว่างผู้ขอสินเชื่อกับนักลงทุน หรือนายทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการจำนอง และขายฝาก เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาแหล่งเงินทุน พร้อมกับเปิดโอกาสสร้างรายได้จากดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม และบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม พิโก พลัส โฮลดิ้ง (MMM Figo Plus Holding) ให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด นำร่อง จ. นนทบุรี และปทุมธานี เพราะเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยและคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีความเจริญสูง
ประการสำคัญ การปล่อยสินเชื่อของ 2 บริษัทย่อยใน MMM Mega Fin Holding จะเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ในเบื้องต้น กำหนดวงเงินปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 30–50% ของมูลค่าหลักประกัน เพื่อเลี่ยงปัญหาด้าน NPL ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายทางการเงิน