1478 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ฟู้ดโมเม้นท์ (FM) ผู้นำด้านการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ (CAV Products) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตระดับโลก ประกาศเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (โครงการ JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับธรรมาภิบาล และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมกับส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว อย่างเป็นทางการแล้ว
พร้อมกันนี้ นายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FM ได้ชี้แจงแผนธุรกิจตามโรดแมป 3 ปี (ปี 2569-71) ว่า ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 10,068 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 1,103 ล้านบาท ในปี 2571 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อ ปี (CAGR) 12% และ 16% จากปี 2568-2571 ตามลำดับ พร้อมขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก กลยุทธ์แรก สร้างการเติบโตผ่านการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจสินค้าไก่แปรรูปปรุงสุกที่มีมูลค่าเพิ่ม (CAV) และมีอัตรากำไรสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม Retail, Food Service และ Quick Service Restaurant รวมถึงการรักษาและรุกตลาดศักยภาพโดยเฉพาะญี่ปุ่น ตลอดจนผลักดันนวัตกรรมร่วมกับลูกค้าในสหภาพยุโรป และขยายสู่ตลาดใหม่ ได้แก่ แคนาดา ฟิลิปปินส์ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทของบริษัทฯ จากผู้ผลิตวัตถุดิบ ไปเป็นผู้ให้บริการโซลูชันอาหารคุณภาพสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายอัตรากำไรขั้นต้น
กลยุทธ์ที่ 2 ขยายธุรกิจไก่ดิบ (Raw Meat) ให้เติบโตสอดคล้องกับความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจ CAV และขยายฐานลูกค้าใหม่กลุ่ม Food Service และ Industrial ตลอดจนเพิ่มยอดขายชิ้นส่วนไก่ประเภทต่างๆ ในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบโดยรวม สร้างการเติบโตใหม่ๆ
กลยุทธ์ที่ 3 ขยายธุรกิจใหม่โดยการต่อยอดผลิตภัณฑ์พลอยได้ให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งกำลังศึกษาแผนลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ภายใต้บริษัท เอฟแอนด์เอฟเพ็ทฟู้ด เพื่อเร่งขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้าง New S-Curve คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจนภายในปี 2571
และกลยุทธ์ที่ 4 การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารต้นทุน ผ่านการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในสายการผลิต การใช้เทคโนโลยี Barcode เพื่อบริหารสินค้าคงคลัง และการทำ Solar Farm เพิ่มเติม เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
ซึ่งทั้ง 4 กลยุทธ์ จะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ ยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นจากระดับ 9.6-9.7% ขึ้นมาเป็น 10.97% ในปี 2571 พร้อมกับสนับสนุนให้รายได้เติบโตในอัตรา 13% เป็น 10,068 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ทะลุ 1,000 ล้านบาท ขึ้นมาอยู่ที่ 1,103 ล้านบาท
สำหรับแผนด้านธรรมาภิบาล บริษัทฯ มีแผนยกระดับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อมุ่งสู่การได้รับการรับรองจาก CAC ภายในปี 2571 รวมถึงการพัฒนาระบบป้องกันการใช้ข้อมูลภายในและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน