TEGH พร้อมจ่ายปันผล 0.22 บาท 22 พ.ค.นี้

75 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TEGH พร้อมจ่ายปันผล 0.22 บาท 22 พ.ค.นี้


 

 

บมจ. ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (TEGH) ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์และผลิตพลังงานทดแทน ประเภทพลังงานชีวภาพแบบครบวงจรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 จากโรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ โดยเฉพาะการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.22 บาท กำหนดจ่ายเงินวันที่ 22 พฤษภาคมนี้  

โอกาสนี้ ผู้บริหารได้ยืนยันแผนธุรกิจปี 2569 ด้วยว่า ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขับเคลื่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม หรือพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ โดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ คาดว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10-15% เป็น 280,000-290,000 ตัน ได้แรงหนุนจากทั้งราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการของลูกค้าที่เติบโตต่อเนื่องในทุกตลาดหลัก ทั้งจีน อินเดีย ยุโรป และอเมริกา โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ที่ 30-40% ในช่วงครึ่งปีแรก กอนขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากการที่สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้ยางแท่งมาตรฐาน EUDR ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคมเป็นต้นไป

ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังจากบริษัทฯ ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติม ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และมีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 50% เช่นเดียวกับธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขานรับความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1 และกำลังทดสอบระบบโครงการบ่อกากปิโตรเคมี สร้างการรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ต่อเนื่องด้วยโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2 ซึ่งน่าจะรู้รายได้ภายในไตรมาส 3 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์รวมเพิ่มเป็นปีละ 1,100,000 ตัน และผลิตก๊าซชีวภาพรวมเพิ่มเป็นปีละ 58 ลานลูกบาศก์เมตร ภายในปี 2570 รวมทั้งจะมีการรับรู้รายได้จากการขาย Carbon Credit ที่จะได้รับการรับรองเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย

ส่วนแผนนำบริษัทย่อย ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ (TEBP) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ยังคงเดินหน้าตามแผน โดยพรอมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในปีนี้ 






Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้