494 จำนวนผู้เข้าชม |
นางแววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล ประธานกรรมการ พร้อมนายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการ บมจ. มากุโระ กรุ๊ป (MAGRO) ร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 จากห้อง SOMERSET A BALLROOM ชั้น 5 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ โดยเฉพาะการจ่ายเงินปันผลเพิ่ม ในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ทำให้บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.71 บาท
โอกาสนี้ ผู้บริหารได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นด้วยว่า พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มราว 20 ร้าน รวมเป็นกว่า 73 ร้าน จาก 7 แบรนด์เดิม (แบรนด์ MAGURO, HITORI SHABU, SSAMTHING TOGETHER, CouCou, Bincho, Tonkatsu AOKI และ KIWAMIYA) และการเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม แบรนด์ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ (Kaiten Sushi Ginza Onodera) และร้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ แบรนด์อิปเปะ คปเปะ (IPPE KOPPE) ในเครือ Tonkatsu AOKI เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น พร้อมเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นและเซ็ตอาหาร รวมถึงพัฒนาเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์การรับประทานได้บ่อยในชีวิตประจำวัน (Everyday Dining) ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น ในทุกแบรนด์ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ช่วยเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการซ้ำ และกระตุ้นยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโต ผลักดันรายได้ให้เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตกว่า 30% นางแววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล ประธานกรรมการ นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการ บมจ. มากุโระ กรุ๊ป (MAGRO) ร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 จากห้อง SOMERSET A BALLROOM ชั้น 5 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระที่คณะกรรมการเสนอ โดยเฉพาะการจ่ายเงินปันผลเพิ่มในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ทำให้บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.71 บาท
โอกาสนี้ ผู้บริหารได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นด้วยว่า พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มราว 20 ร้าน รวมเป็นกว่า 73 ร้าน จาก 7 แบรนด์เดิม (แบรนด์ MAGURO, HITORI SHABU, SSAMTHING TOGETHER, Tonkatsu AOKI, CouCou, Bincho และ KIWAMIYA) และการเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม แบรนด์ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ (Kaiten Sushi Ginza Onodera) และร้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ แบรนด์อิปเปะ คปเปะ (IPPE KOPPE) ในเครือ Tonkatsu AOKI เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น พร้อมเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์การรับประทานได้บ่อยในชีวิตประจำวัน (Everyday Dining) ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น ในทุกแบรนด์ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ช่วยเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการซ้ำ และกระตุ้นยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโต ผลักดันรายได้ให้เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตกว่า 30%