43 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท (ADVICE) ชี้แจงผลดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เติบโต 82.9% จากไตรมาสแรกปีก่อน (YoY) และเติบโต 84.4% จากไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (QoQ) สร้างสถิติสูงสุดรายไตรมาส สาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง เพิ่มจาก 10.26% ในไตรมาสแรกปีก่อน และ 10.47% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน ขึ้นมาที่ 12.44% หนุนจาก Inventory Gain ในสินค้ากลุ่ม DIY (ประกอบด้วยสินค้า SSD, RAM, Hard Disk, CPU และ Memory card) ซึ่งต้นทุนสินค้ายังเป็นต้นทุนเดิม แต่ราคาจำหน่ายปรับสูงขึ้น ผลจากสถานการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำ (Memory Shortage) รวมถึงความสำเร็จในการปรับสัดส่วนรายได้ (Product Mix) ไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ทั้งโซลูชันประมวลผลขั้นสูง ผลิตภัณฑ์ AI Infrastructure เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร และการเพิ่มสัดส่วนสินค้าหมวด Accessorie ภายใต้แบรนด์ตัวเอง (House Brand) และความสำเร็จในการผลักดันยอดขาย Smartphone ทั้ง Android และ Apple ที่เป็น growth driver สำคัญในการสร้างรายได้ช่องทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ให้เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 17% เป็น 23% ผ่านการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ iStore by ADVICE เพิ่มอีก 4 สาขา เป็น 21 สาขา ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8.0% YoY และเพิ่มขึ้น 0.4% QoQ เป็น 4,310 ล้านบาท
โอกาสนี้ นายณัฏฐ์ ณัฐนิธิการัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVICE เปิดเผยเพิ่มเติมว่า น่าจะเห็นรายได้ทั้งปีเติบโตอย่างน้อย 15% ขานรับ 2 แรงส่งใหญ่ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ คลื่น AI Upgrade Cycle และการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ช่วงปลายปี บังคับให้ผู้บริโภค และองค์กรต้องเปลี่ยนเครื่องครั้งใหญ่ หรืออัปเกรดอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ AI ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน สู่การเป็น Value-Added Solutions Provider ด้วยการมุ่งขยายตลาด Smartphone, Apple Ecosystem, Commercial Solution และ AI Technology เพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างรายได้จากหลายแหล่ง ควบคู่กับการรุกขยายสาขา iStore by ADVICE เพื่อสร้างเครือข่าย Apple Premium Retail ให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น (ตั้งเป้าขยายสาขาปีนี้ให้ครบเป้าหมาย 41 สาขา ก่อนเพิ่มเป็น 64 สาขาในปี 2570) พร้อมกับจัดกิจกรรมทางการตลาดทั่วประเทศ เพื่อรักษา growth driver ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ประการสําคัญ ผู้บริหารคาดว่า จะเห็นรายได้เติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ทุกไตรมาส จากที่ทำได้ 8% ในไตรมาสแรก เพิ่มเป็น 13% ในไตรมาส 2 ก่อนเร่งตัวเป็น 17% ในไตรมาส 3 และ 22% ในไตรมาสสุดท้าย