23 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ซีวิล เอนจีเนียริง (CIVIL) ประกาศผลดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท เติบโต 174% จากไตรมาสแรกปีก่อน ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 25% เป็น 1,402 ล้านบาท ผลจากการส่งมอบงานแล้วเสร็จรวม 4 โครงการ ประกอบด้วย งานโครงการทางขนาดเล็กที่มีระยะเวลาดําเนินงานสั้น 3 โครงการ และงานโครงการสนามบินที่สามารถส่งมอบได้เร็วกว่ากำหนด ช่วยให้รับรู้รายได้และสร้างกระแสเงินสดได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการจําหน่ายวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นถึง 116% ตามแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การบริหารและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.1% จากปีก่อน มาที่ 8.3%
ขณะเดียวกัน นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CIVIL ออกมาเปิดเผยแผนดำเนินธุรกิจในระยะต่อไปว่า พร้อมเดินหน้ารับงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มงานในมือ (Backlog) ทั้งงานที่ลงนามสัญญาแล้วจำนวน 12,100 ล้านบาท รองรับรายได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี และงานใหม่ที่อยู่ระหว่างรอลงนามสัญญารวมกว่า 2,617 ล้านบาท สร้างการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ทยอยเปิดประมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟ ทางด่วน สนามบิน
สำหรับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ภาครัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งการชดเชยค่า K-Factor และการปรับเงื่อนไขสัญญาเพื่อสะท้อนต้นทุนจริงของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้าง แต่บริษัทฯ พร้อมนำเอาค่า K มาใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารผลกระทบด้านต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคู่กับการบริหารต้นทุนรายโครงการผ่านระบบ Project Monitoring ในรูปแบบรายวันและรายเดือน รวมถึงบริหารการใช้เครื่องจักรและควบคุมต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาศักยภาพในการส่งมอบงานคุณภาพได้ตามแผน สร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน