BCPG เตรียมขอมติผู้ถือหุ้น ขายโรงไฟฟา Hamilton ในอเมริกา 7 ก.ค.

65 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BCPG เตรียมขอมติผู้ถือหุ้น ขายโรงไฟฟา Hamilton ในอเมริกา 7 ก.ค.


 

 

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บีซีพีจี (BCPG) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท Hamilton Holdings ซึ่งถือหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งในอเมริกา คือ โครงการ Hamilton Liberty กำลังการผลิตติดตั้ง 848 เมกะวัตต์ (MW) และโครงการ Hamilton Patriot กำลังการผลิตติดตั้ง 857 MW ในสัดส่วน 25% คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 426 MW และต่อมา ทาง Hamilton Holdings ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดในโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ให้แก่กลุ่ม Vistra ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องขายหุ้นทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขสิทธิบังคับเข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights) ตามไปด้วย และต้องขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนครั้งนี้ตามกระบวนการ ซึ่งจะจัดในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

สำหรับธุรกรรมนี้มีมูลค่ารวม 354 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.15 หมื่นล้านบาท) คาดว่าจะสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนได้ภายในไตรมาส 3 ซึ่งหากนับรวมเงินปันผลที่ได้ระหว่างทางอีก 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.3 พันล้านบาท) จะทำให้ผลตอบแทนรวมอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนสะสม 1.6 เท่าของเงินลงทุนเริ่มแรกที่ 8.9 พันล้านบาท ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯ รวมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อรองรับโอกาสการทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต  

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงมีการลงทุนในอเมริกาอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Carroll County Energy (CCE) และโครงการ South Field Energy (SFE) กำลังการผลิดติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 431 MW ช่วยสนับสนุนความมั่นคงของผลดำเนินงานต่อไป อีกทั้งยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบริหารพอร์ตโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ (ล่าสุด อยู่ที่ 1,049.8 MW) เพื่อสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดในระยะยาว

ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ทุกสำนักมองตรงกันว่า BCPG จะเผชิญกับความท้าทายจากการหาโครงการใหม่ๆ ที่จะให้ผลตอบแทนที่สูงเท่าโครงการเดิม เพื่อมาช่วยชดเชยกับส่วนแบ่งกำไรที่หายไปราว 30-40% มีผลตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป เพราะการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติที่อเมริกา ได้ปัจจัยหนุนใหม่จากการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่ายไฟ (Capacity Price) ในตลาด PJM จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน มีผลทันทีเดือนมิถุนายนนี้ ทำให้การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรลดลงจากกำลังการผลิตที่หายไป แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลดำเนินงานปี 2569 เพราะกำไรที่หายไปบางส่วน จะถูกชดเชยโดยกำไรพิเศษที่เกิดจากการขายโรงไฟฟ้า Hamilton ทั้ง 2 แห่ง มูลค่าราว 1,700 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการพลังงานลมมอนซูน (Monsoon) ใน สปป.ลาว เต็มปีเป็นครั้งแรก ตลอดจนการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่ายใน 2 โครงการที่เหลือในอเมริกา

สำหรับผลดำเนินงานไตรมาสแรก BCPG มีกำไรสุทธิ 722.3 ล้านบาท เติบโต 373.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากตัดรายการพิเศษออกไป จะมีกำไรปกติ 629.8 ล้านบาท เติบโต 218.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 50.3% มาอยู่ที่ 1,098.7 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในอเมริกา ซึ่งรับรู้รายได้จาก Capacity Revenue ที่สูงขึ้น รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้า Monsoon ที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้