1479 จำนวนผู้เข้าชม |
ดร. วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทย โคโคนัท (COCOCO) เปิดเผยทิศทางธุรกิจช่วงที่เหลือของปี 2569 ว่า น่าจะเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล (High Season) ของธุรกิจเครื่องดื่ม ต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่อยู่ในระดับต่ำ และการเดินหน้าขยายตลาดในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายตลาดและฐานลูกค้า ควบคู่กับรักษาฐานค้าเดิม ผลักดันให้บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ จากลูกค้าในตลาดหลัก ทั้งอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย มากขึ้น ทั้งกลุ่มน้ำมะพร้าว กะทิ อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (Value-added Products) รวมถึงลูกค้าในจีนเริ่มกลับมาสั่งซื้อเพิ่มขึ้น หลังปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมมีแนวโน้มคลายตัวดีขึ้น อีกทั้งยังจะเริ่มรับรู้รายได้จากการนำน้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% Thai coco เข้าไปจำหน่ายในร้าน 7-11 ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ก่อนทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 4-5 รายการ อาทิ สินค้าใหม่ที่ร่วมมือกับแบรนด์อิชิตัน เครื่องดื่มฟังก์ชันที่มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าว แบรนด์ Hydaily ผลักดันให้รายได้ปีนี้เติบโต 25-30% จากปีก่อน ตามเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทั้งเรื่องค่าขนส่งสินค้า (Freight) หรือระยะเวลาที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจสั่งซื้อ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมเดินเครื่องผลิตโรงงานแห่งใหม่ในฟิลิปปินส์ ภายในไตรมาส 3 เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการจัดหาวัตถุดิบ การบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ และการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าทั่วโลกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ช่วยยกระดับความสามารถทำกำไร และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ขับเคลื่อนให้ COCOCO ก้าวเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์มะพร้าวครบวงจรในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
สำหรับผลดำเนินงานไตรมาสแรก บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153% จากไตรมาสแรกปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (QoQ) โดยการเติบโตแรง QoQ มีสาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น 2.4% มาอยู่ที่ 22.6% ได้แรงหนุนต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับปริมาณขายกลุ่มสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 0.6% เหลือ 15.0% ทั้งที่รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 8% มาอยู่ที่ 20.3 ล้านบาท ตาม Low Season ของการส่งออก ส่วนการเติบโต YoY มีผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นถึง 4.6% เนื่องจากราคาวัตถุดิบมะพร้าวในไตรมาสแรกปีก่อนอยู่ในระดับสูง ช่วยชดเชยยอดขายลดลง 3% หลักๆ จากการส่งออกน้ำมะพร้าวในตลาดจีนที่ลดลงจากปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น 1.5% จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น