51 จำนวนผู้เข้าชม |
นายอมร โควานิชเจริญ กรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า ประเทศไทย (Thai VI) พร้อมด้วยนายกวี ชูกิจเกษม Chief Portfolio Advisory และนายธนเดช รังษีธนานนท์ Head of Research บมจ. หลักทรัพย์พาย (Pi) ร่วมให้การต้อนรับ ดร. เฉลียว วิทูรปกรณ์ (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวประภาวดี ณ ระนอง (ที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ. อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) ในโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Company Visit Theme Data Center เพื่อนำเสนอข้อมูลธุรกิจ จัดโดยทีม Pi A8 ร่วมกับสมาคม Thai VI ณ อาคารสินธร ทาวเวอร์ 3 ชั้น 11 กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนักลงทุนให้ความสนใจร่วมรับฟังข้อมูลจำนวนมาก
ซึ่งผู้บริหาร EPG ให้ข้อมูลว่า ตั้งเป้าหมายยอดขายในรอบบัญชีปี 2569/70 (เมษายน 2569–มีนาคม 2570) เพิ่มเป็น 13,800 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ได้ที่ 30-33% เพื่อเน้นความสามารถในการทำกำไรให้ดีต่อเนื่อง ขับเคลื่อนจากธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น แบรนด์ Aeroflex ที่ได้แรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนใน Data Center ทั่วโลก ไปจนถึงปี 2573 โดยเฉพาะตลาดอเมริกา ที่คาดจะเติบโตสองหลัก หลังจากโครงการก่อสร้างที่เริ่มต้นขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เข้าสู่ช่วงการติดตั้งระบบ ทำให้บริษัทย่อยในอเมริกาได้รับคำสั่งซื้อฉนวนยางกันความร้อนจากลูกค้าในกลุ่ม Data Center ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโซลูชันอนุรักษ์พลังงาน เพิ่มขึ้น จนทำยอดขายสูงสุดใหม่รายไตรมาสต่อเนื่อง และพร้อมขยายกำลังการผลิตขึ้นอีก 50% หากความต้องการสูงกว่าคาด รวมถึงมีแผนผลิตวัตถุดิบขั้นกลางมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของอเมริกา ขณะที่ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อนในประเทศเริ่มฟื้นตัว จากการทำตลาดเพิ่มในกลุ่มลูกค้า Data Center ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า และมีลูกค้าใหม่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
ด้านธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas ตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มเล็กน้อย เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์โลกฟื้นตัวไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ได้อานิสงค์จากการเติบโตแข็งแกร่งของธุรกิจในออสเตรเลีย ที่มีความต้องการสินค้าใหม่ (ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง) มากขึ้น และการได้สัญญาฉบับใหม่ในการจัดส่งสินค้าให้กับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตในเดือนสิงหาคมนี้ อีกทั้งการปรับโครงสร้าง TJM น่าจะลดต้นทุนได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้สูงขึ้น
ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP ยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น 5% หลักๆ จากตลาดในประเทศ ผลจากการปรับกลยุทธ์มาเน้นลูกค้าอุตสาหกรรม
การเติบโตของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ที่ได้แรงหนุนจากการลงทุน Data Center ในตลาดอเมริกา รวมถึงโครงการลงทุน 2.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯของ TSMC ในรัฐอริโซน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทฯ และการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายในประเทศ ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 4 สำนัก ค่ายหยวนต้า ประเทศไทย (YUANTA) อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) และดาโอ ประเทศไทย (DAOL) มองบวกต่อผลดำเนินงานของ EPG ช่วง 2-3 ปีนี้ โดยคาดกำไรรอบบัญชีปี 2569/70 จะเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) แตะ 1,500 ล้านบาท ส่งผลให้มีการปรับราคาเป้าหมาย ขึ้นมาเหนือ 8.15 บาท เพื่อสะท้อนภาพของกำไรที่ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับผลดำเนินงานรอบบัญชีปี 2568/69 EPG มีกำไรสุทธิ 1,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากรอบบัญชีปีก่อน สาเหตุจากการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 17% ทั้งที่ยอดขายจะลดลงจากปีก่อน 2% มาอยู่ที่ 13,508 ล้านบาท ถูกกดดันจากธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ซึ่งยอดขายลดลง 10% สวนทางธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตต่อเนื่อง