4 โบรกเกอร์ มองแผนเข้าตลาด mai ของ PHAT เพิ่มศักยภาพการทำกำไร เห็นผลชัด ปี 2571

561 จำนวนผู้เข้าชม  | 

4 โบรกเกอร์ มองแผนเข้าตลาด mai ของ  PHAT เพิ่มศักยภาพการทำกำไร เห็นผลชัด ปี 2571


 

 

นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร. ธิเบศร์ จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน นางสาวภัทรวี จันทวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ นายปาลิต ตั้นเอง ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ บมจ. กลุ่มภัทร (PHAT) พร้อมด้วยนางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายณัชพงศ์ เตียวศิริชัยสกุล รองประธานอาวุโส บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล (OptAsia) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมนำเสนอภาพรวมธุรกิจ แผนงาน และโอกาสการเติบโต ตามแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 130 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 27.5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ที่ราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท ให้กับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (Analyst Meeting) 

ทั้งนี้ PHAT ทำธุรกิจผลิตน้ำมันปาล์มดิบครบวงจร ตั้งแต่การรับซื้อผลปาล์มสด นำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นๆ ตั้งอยู่ในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกปาล์มอันดับสองของประเทศ และอยู่ใกล้ท่าเรือส่งออกจังหวัดภูเก็ต ขนาดกำลังการผลิตล่าสุด ชั่วโมงละ 90 ตันผลปาล์มสด หรือวันละ 2,100 ตันผลปาล์มสด พร้อมรองรับแผนขยายตลาดส่งออก ที่เริ่มต้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 สร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว จากการนำเงินจากการระดมทุนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันปาล์ม ตามมาตรฐาน RSPO อย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน มุ่งเป็น Sustainable Company รวมถึงลงทุนก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันจากเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูง (High-Margin Products) ภายในพื้นที่โรงงานเดิม ขยายฐานรายได้ เริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสสุดท้ายปี 2570 ก่อนรับรู้รายได้เต็มปีครั้งแรกในปี 2571 พร้อมกับลงทุนระบบ Biogas ช่วยลดค่าใช้จ่ายในโรงงานในระยะยาว และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ช่วยยกระดับความพร้อมในการรุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับมุมมองนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในเบื้องต้น ค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ดาโอ (DAOL) ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (CGSI) และบียอนด์ (BYD) ประเมินว่า การเข้าระดมทุนในตลาด mai จะช่วยให้ PHAT มีศักยภาพการทำกำไรดีขึ้น จาก 109 ล้านบาท ในปี 2568 ขึ้นมาอยู่ที่ 236-250 ล้านบาท ในปี 2571 หนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ตามแผนขยายกำลังการผลิต แผนขยายตลาดส่งออก และการต่อยอดสินค้ามูลค่าสูง CPKO ผลักดันให้รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการประหยัดต่อขนาดหลังเพิ่มกำลังการผลิต และการได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ 100% เป็นเวลา 5 ปี คิดเป็นราคาเหมาะสมที่ 2.90 - 3.02 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้