DRT มั่นใจ ผลงานปี 2569 เข้าเป้า ยอดขายโต 2-5% กำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 20%

35 จำนวนผู้เข้าชม  | 

DRT มั่นใจ ผลงานปี 2569 เข้าเป้า ยอดขายโต 2-5% กำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 20%


 

 

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องวางแผนบริหารต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เตรียมพร้อมด้านผลิตภัณฑ์และการจัดส่งสินค้าในช่องทางจำหน่ายต่างๆ ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด เพื่อก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ ผลักดันผลดำเนินงานให้เติบโตตามเป้าหมาย พร้อมสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง จากการรุกตลาดซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังคงถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ผ่านการทำตลาดแบบเฉพาะเจาะจง มุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายของกลุ่มลูกค้า ทั้งโรงแรม รีสอร์ต อพาร์ตเมนต์ โรงงานอุตสาหกรรม อาคารฟาร์ม วัดและศาสนสถาน และการเจาะพื้นที่ ในจังหวัดและเขตเศรษฐกิจที่มีศักยภาพจากการขยายตัวของชุมชน เมือง อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงพื้นที่ที่มีการขยายตัวของการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งขยายโอกาสในตลาด Solar Rooftop ผ่านการนำเสนอกระเบื้องหลังคาคอนกรีตที่ยึดแผงโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Mounting ควบคู่กับบริการติดตั้งหลังคาทั้งระบบ เน้นกลุ่มโครงการบ้านจัดสรรและเจ้าของบ้านที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมทั้งเตรียมนำเสนอกระเบื้องหลังคาเซรามิก Emerald เพื่อรองรับงานก่อสร้างและซ่อมแซมหลังคาวัด และศาสนสถาน รวมถึงผลิตภัณฑ์หลังคา uPVC AIR ROOF ซึ่งมีน้ำหนักเบา ช่วยลดเสียงจากแรงตกกระทบ และทนทานต่อสภาพอากาศ เหมาะสำหรับงานต่อเติมหลังคาอาคาร หลังคาโรงจอดรถ และอาคารฟาร์ม เพื่อขยายตลาดใหม่ ผลักดันให้ยอดขายเติบโตที่ระดับ 2-5% ควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นได้ไม่ต่ำกว่า 20% รักษามาตรฐานในการเป็นหุ้นปันผลสม่ำเสมอ ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ตามแนวนโยบายที่วางไว้

สำหรับผลดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ DRT มีกำไรสุทธิ 143.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% จากไตรมาสแรกปีก่อน สาเหตุจากการบริหารจัดการต้นทุนขาย และควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยได้ไม่ต่ำกว่า 70% ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 22.1% เป็น 26.0% ทั้งที่ยอดขายทั้งในและต่างประเทศจะชะลอตัว ฉุดให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง 6.3% มาอยู่ที่ 1,277 ล้านบาท โดยรายได้ในประเทศลดลงจากกลุ่มลูกค้าช่องทางโมเดิร์นเทรด ที่มีการบริหารสินค้าคงคลังอย่างระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่รายได้จากต่างประเทศลดลงจากตลาดกัมพูชาที่มีการปิดด่านชายแดน แต่ยังคงเห็นการเติบโตของยอดขายจากตลาด สปป. ลาว พม่า ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้