WHA แย้มผลดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 โตแกร่ง หนุนผลงานทั้งปีโตทำ New High ต่อเนื่องปีที่ 5

1579 จำนวนผู้เข้าชม  | 

WHA แย้มผลดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 โตแกร่ง หนุนผลงานทั้งปีโตทำ New High ต่อเนื่องปีที่ 5




นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดเผยแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า น่าจะทำได้ใกล้เคียงไตรมาสแรก ที่กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 3,242 ล้านบาท และกำไรปกติ 1,445 ล้านบาท (รายได้และกำไรลดลงจากไตรมาสแรกปีก่อน สาเหตุจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมียอดโอนที่ดินลดลงถึง 64.9% ทั้งที่ยอดขายที่ดินจะเพิ่มขึ้น 8.6% เป็น 951 ไร่ ประกอบกับ มีส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจไฟฟ้า 139 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งกำไร 391 ล้านบาทในไตรมาสแรกปีก่อน ผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า Gheco-One) ก่อนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินได้มากขึ้น ทั้งจากการปิดดีลลูกค้า Data Center มากกว่า 100 ไร่ ไม่เกินไตรมาส 3 และการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนจากตะวันออกกลาง เสริมเพิ่มจากนักลงทุนจีน ไต้หวัน และอเมริกา รวมทั้งการขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC ด้วยการเก็บที่ดินโครงการดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดการถือครองที่ดิน (Land Holding) จะขยับจาก 7,000 ไร่ ในไตรมาสแรก เป็น 8,000-8,500 ไร่ ในไตรมาส 2 และเพิ่มเป็น 10,000 ไร่ ในสิ้นปี 2569 นี้ ส่งผลให้ยังคงเป้าหมายยอดขายที่ดินปีนี้ ที่ 2,500 ไร่ ตามเดิม แบ่งเป็นยอดขายในไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่ ซึ่งในภาพรวม ธุรกิจในไทยยังดำเนินไปตามแผน ส่วนในเวียดนามคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเข้ามามากขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป หลังจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ WHA Smart Technology Industrial Zone – Thanh Hoa ก่อสร้างคืบหน้าจนอยู่ในระดับที่สามารถแบ่งแยกโฉนดเพื่อเซ็นสัญญากับลูกค้าได้

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีแผนพิจารณาแยกนิคมอุตสาหกรรมสำหรับ Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสะดวกมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า และช่วยให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  

ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า คาดว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่ให้เช่าไม่น้อยกว่า 200,000 ตารางเมตร และยังมีแผนขายทรัพย์สิน และสิทธิการเช่า เข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตารางเมตร มูลค่าราว 4,700 ล้านบาท ตามแผน เช่นเดียวกับธุรกิจโมบิลิตี้ ที่น่าจะให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นจาก 387 คัน ในปีก่อน เป็น 637 คัน พร้อมกับเดินหน้าขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเตรียมต่อยอดรายได้ในระยะต่อไป ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคและโซลูชันพลังงานสะอาดแบบครบวงจร มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการขยายพอร์ตพลังงานไฟฟ้า และการกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน 

การเติบโตจากทุกธุรกิจ ทำให้กลุ่มบริษัทฯ เชื่อมั่นว่า จะสามารถผลักดันรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ ปี 2569 เติบโตกว่า 10% แตะ 20,000 ล้านบาท พร้อมทั้งรักษาอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ได้สูงกว่า 45% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New Record High) ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ตามแผนที่วางไว้

สำหรับงบลงทุนรวมปี 2569 ยังคงวางไว้ที่ประมาณ 15,000-16,500 ล้านบาท เน้นไปที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ราว 9,000 ล้านบาท และกลุ่มโลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท ที่เหลือกระจายไปยังกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค พลังงาน พลังงานสะอาด และดิจิทัล เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งรองรับความต้องการของนักลงทุนระดับโลก






Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้