1280 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 33.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งที่รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 30.2% มาอยู่ที่ 329.20 ล้านบาท (หลักๆ จากกลุ่มธุรกิจ Trading และกลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Energy แม้กลุ่มธุรกิจ Manufacturing-Petroleum จะโตก้าวกระโดด จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และการปรับปรุงหลุมผลิต รวมถึงการติดตั้ง Beam Pump เพิ่ม) ปัจจัยหลักจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมปรับตัวดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 20.5% ในไตรมาส 2 ปีก่อน มาอยู่ที่ 37.0% ขณะที่กำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) เพิ่มขึ้นเป็น 98.76 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 33.9% สูงกว่าเป้าหมาย 20% ที่วางไว้ หนุนให้ EBITDA ครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้น 6.95% จากครึ่งแรกปีก่อน เป็น 180.73 ล้านบาท ผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เร่งตัวจาก 22.7% มาอยู่ที่ 32.8% ทั้งที่กำไรสุทธิจะลดลง 11% มาอยู่ที่ 61.77 ล้านบาท ตามรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 27% มาอยู่ที่ 694.87 ล้านบาท โดยเฉพาะการลดลงของรายได้กลุ่มธุรกิจ Trading (ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 65%) จากการแข่งขันด้านราคาและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
อย่างไรก็ตาม นางสาวอลิสา ชีวะเกตุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านกลยุทธ์การลงทุน UAC เชื่อมั่นว่า การที่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่มธุรกิจ Manufacturing ทั้งในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งการจัดหาและขยายแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต จะยกระดับการดำเนินธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น และสามารถทำกำไรที่มีคุณภาพ
ขณะเดียวกัน การที่บริษัทฯ ให้ความสําคัญกับการรักษาระดับสภาพคล่องทางการเงินให้อยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากการมีสภาพคล่องเงินสดครึ่งปีแรก จำนวน 391.58 ล้านบาท และสามารถควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ในระดับ 0.8 เท่า ตามกรอบที่วางไว้ จะผลักดันให้บริษัทฯ สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว