1350 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ (SNPS) ผู้ผลิตและจำหน่ายสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน รวมถึงรับจ้างพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ความงาม และสุขอนามัย ภายใต้แบรนด์ลูกค้า และแบรนด์ตนเอง ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 18.6 ล้านบาท ลดลง 32.7% จากไตรมาส 2 ปีก่อน (YoY) สาเหตุจากอัตรากำไรสุทธิที่ลดลง 5.6% เหลือ 14.8% ทั้งจากการปรับขึ้นของต้นทุนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ โดยบริษัทฯ ยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ และรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลง 7.1% มาอยู่ที่ 131.3 ล้านบาท จากฐานที่สูงในปีก่อน แต่หากเทียบกับไตรมาสแรก (QoQ) กำไรสุทธิจะลดลงเพียง 27.5% ได้ปัจจัยหนุนจากการขยายฐานลูกค้าเชิงรุก และการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากคู่ค้าหลัก ทำให้รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.4% ในทุกกลุ่มธุรกิจ แม้ผลกระทบจากการปรับขึ้นของต้นทุนการผลิตและบรรจุภัณฑ์เต็มไตรมาส จะกดดันให้อัตรากำไรสุทธิลดลงถึง 7.6%
สำหรบผลดำเนินงานแตหากเปรยบเทยบการปรับลดลงของอัตรากำไรสุทธิ ชะลอจะลดลง รวมถึงการวางแผนจัดซื้อและบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้เติบโต QoQ รวมถึงการมุ่งควบคุมค่าใช้จ่าย และวางแผนจัดซื้อและบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพการเติบโตของผลดำเนินงานครึ่งปีแรกได้ใกล้เคียงครึ่งแรกปีก่อน ดูได้จากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการขาย (SG&A/Sales) ที่เพิ่มขึ้น 0.5% จากครึ่งแรกปีก่อน เป็น 20.1% อัตรากำไรสุทธิที่ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 18.4% ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง 3.2% มาอยู่ที่ 250.1 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 6.2% เป็น 44.2 ล้านบาท
โอกาสนี้ ดร. ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SNPS ออกมาชี้แจงแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังว่า จะเห็นการเติบโตขึ้นจากครึ่งปีแรก จากการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ ผลักดันการเติบโตในธุรกิจรับจ้างพัฒนาและผลิตตามคำสั่งซื้อภายใต้แบรนด์ลูกค้า (ODM) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 68% ของรายได้รวม อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจต่อยอดนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (API) เพื่อรักษาและต่อยอดคำสั่งซื้อจากฐานลูกค้าเดิม พร้อมทั้งเดินหน้าขยายฐานลูกค้า และรุกตลาดเป้าหมายใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Longevity และ Preventive Health รับโอกาสจากตลาดสุขภาพในอุตสาหกรรมสุขภาพชะลอวัย (Longevity & Preventive Health) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก พร้อมกับนำ Data Analytics และการบริหารห่วงโซ่อุปทานมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) เพื่อผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับปกติในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะให้ความสำคัญในการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างทรัพย์สินทางปัญญา และต่อยอดนวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติที่มีงานวิจัยรองรับ สร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน ควบคู่กับการขับเคลื่อน ESG Leadership & Regenerative Impact เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศ ชุมชน และห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้กรอบ People, Planet, Profit เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว