1467 จำนวนผู้เข้าชม |
ดร. ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากโอกาสรับงานใหม่ๆ จากองค์กรภาครัฐและเอกชนในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งได้มีการยื่นข้อเสนอให้ลูกค้าจากทั้งในและต่างประเทศแล้วหลายราย ตลอดจนการทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจให้บริการข้อมูล (Data Rendering) กับลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler ที่จะทยอยเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ขานรับความสำเร็จจากการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่บริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทั้งโครงข่ายโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ในหลากหลายเส้นทาง ทั้งแนวรถไฟ ถนน และโครงข่ายใต้ดิน ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง ศักยภาพในการให้บริการ ตั้งแต่ MPLS, IPLC, Dark Fiber ไปจนถึง Wavelength พร้อมรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลภายในประเทศ และระหว่างประเทศ ยกระดับโครงข่ายใหมีเสถียรภาพ มีค่าความหน่วงต่ำ สามารถรับปริมาณข้อมูลสูง มีเส้นทางสำรองที่เพียงพอ และโซลูชันที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการลงทุนด้าน AI, Cloud และ Data Center สอดคล้องกับการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ ด้วยการมุ่งเน้นบทบาทในการทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูล (Connectivity) ระหว่างศูนย์ข้อมูล (Data Center to Data Center) และโครงข่ายของลูกค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ และสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ในระยะยาว ซึ่งในเบื้องต้น บริษัทฯ ประเมินว่า ภายในสิ้นปี 2570 รายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้จะเติบโตสู่ระดับ 200–300 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ จะมุ่งเร่งส่งมอบงานตามแผน ควบคู่กับการบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจ Connectivity ผลักดันให้รายได้รวมทั้งปีเติบโตแตะ 3,600 ล้านบาท ตามเป้าหมาย จากการได้งานใหม่เพิ่มมูลค่างานในมือ (Backlog) เป็น 2,740 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการลงนามงานโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (USO) ของ กสทช. เฟส 3 (USO3) ภายในไตรมาส 3 นี้
ขณะที่ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ITEL มีกำไรสุทธิ 22.24 ล้านบาท ขยายตัว 259.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ทั้งที่รายได้รวมจะเพิ่มเพียง 7.2% มาอยู่ที่ 710.66 ล้านบาท หนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการกลับรายการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) รวม 40.6 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออกไป บริษัทฯ ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 8 ล้านบาท ขาดทุนลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 สาเหตุจากงานโครงการ USO 2 ที่จบไปแล้ว แต่ยังต้องเปิดให้บริการเพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจงานงวดสุดท้าย จึงมีต้นทุนโดยไม่มีรายได้ ทำให้รายได้จากงานบริการโครงข่าย (Data service) หายไปไตรมาสละกว่า 100 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 8.4% แต่ได้รับการชดเชยจากธุรกิจติดตั้งโครงข่าย (Installation) ที่อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นเป็น 26.9% สูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส ตามความสำเร็จในการส่งมอบงาน หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมพลิกจากติดลบมายืนแดนบวก 2.8% ส่งผลให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกโชว์กำไรสุทธิ 52.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.2% จากครึ่งแรกปีก่อน แม้รายได้รวมจะลด 6.8% เป็น 1,369.02 ล้านบาท