SUPER ย้ำผลงานครึ่งหลังปี 2569 แข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก  

728 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SUPER ย้ำผลงานครึ่งหลังปี 2569 แข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก  




นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เปิดเผยแนวโน้มผลดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า มีทิศทางสดใสมากขึ้น ได้แรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ และการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ ในเวียดนาม ได้แก่ โครงการ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ ที่พร้อมจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาสสุดท้าย รวมทั้งการรับรู้รายได้จากค่าไฟค้างชำระจากการไฟฟ้าเวียดนามเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม

และเพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว กลุ่มบริษัทฯ ยังมองหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการสรรหาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาโครงการในอนาคต ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโรงไฟฟ้าขยะ

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 258.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 10.68% เหลือ 1,807.77 ล้านบาท ผลจากการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนใน DAISY ธุรกรรมที่ 2 จำนวน 89.54 ล้านบาท และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิเพิ่มขึ้น จำนวน 756.75 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 86.42 ล้านบาท จากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ลดลง 166.07 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม ซึ่งมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับหนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 859.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.64 % จากครึ่งแรกปีก่อน และมีรายได้รวมมีกำไรสุทธิ 68.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.08% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ปัจจัยสนับสนุนจากการการขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานลม Gia Lai และการขายเงินลงทุนใน DAISY ธุรกรรมแรก ในไตรมาสแรก และธุรกรรมที่ 2 ในไตรมาส 2 รวมถึงการได้ผลบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 14.38 % ตามอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง และการบริหารหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.94 เท่า

ที่สำคัญ กลุ่มบริษัทฯ สามารถสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจโรงไฟฟ้า และรักษาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักในระดับที่แข็งแกร่ง สะท้อนจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย(EBITDA) ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนครึ่งปีแรก ซึ่งอยู่ที่ 3,051 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA Margin ระดับ 80% ใกล้เคียงกับงวดไตรมาส 2 ที่ทำได้ 1,481 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA Margin ระดับ 82%






Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้