1259 จำนวนผู้เข้าชม |
นพ. วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เปิดเผยแผนธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า ยังคงมุ่งเน้นการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าโมเดลการสร้างพันธมิตรกับโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ขาดความพร้อมในการทำเด็กหลอดแก้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงการขยายห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมตอบสนองแนวนโยบายภาครัฐ ทั้งการอุดหนุนการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย และการยกระดับสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะการผสมเทียม จำนวน 134 แห่งทั่วประเทศ ให้มีมาตรฐาน สามารถเข้าร่วมระบบเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขยายโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ พร้อมรุกขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยชูจุดแข็งของการนำเทคโนโลยี PGTSeqA จากอเมริกามาใช้ตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ พร้อมลดอัตราการแท้ง ทำให้ลูกค้ากลุ่มอายุมากกว่า 40 ปี มีอัตราความสำเร็จสูง 87.5% และช่วงอายุ 35-39 ปี มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 95%
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหนาขยายฐานลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อรณรงค์ให้กลุ่มคู่รักเพศเดียวกันเข้ามาฝากไข่ (Egg Freezing) และแช่แข็งอสุจิ (Sperm Freezing) เพื่อถนอมเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุด ในระหว่างรอการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม และการปลดล็อกกฎหมายอุ้มบุญ สร้างแหล่งรายได้ที่มีศักยภาพมากพอจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยากให้เติบโตก้าวกระโดดถึง 2-3 เท่าตัว ในอนาคต
ประการสำคัญ บริษัทฯ จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยการบริหารต้นทุน พัฒนาระบบห้องปฏิบัติการ และกระบวนการให้บริการ ตลอดจนนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้รับบริการ และบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส ปี 2569 SAFE มีกำไรสุทธิ 29 ล้านบาท ลดลง 13.5% จากไตรมาส 2 ปีก่อน สาเหตุจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 18.94% เหลือ 16.69% ทั้งที่รายได้จากการขายและให้บริการจะลดลงเล็กน้อย โดยประคองตัวที่ 173 ล้านบาท และกดดันให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนตามไปด้วย โดยกำไรสุทธิลดลง 4.16% มาอยู่ที่ 63 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายและให้บริการลดลง 0.63% เปน 347 ล้านบาท ตามอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงจาก 18.43% เหลือ 17.93%