FVC จัดทัพ 4 ธุรกิจ ยกระดับรายได้และกำไรให้แข็งแกร่งมากขึ้น

1191 จำนวนผู้เข้าชม  | 

FVC จัดทัพ 4 ธุรกิจ ยกระดับรายได้และกำไรให้แข็งแกร่งมากขึ้น




ดร. วิจิตร เตชะเกษม กรรมการผู้จัดการ บมจ. ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) เปิดเผยทิศทางธุรกิจครึ่งหลังของปี 2569 ว่า พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานใน 4 กลุ่มธุรกิจหลักให้สอดรับกับสถานการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านราคารุนแรง พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การรักษาสภาพคล่อง และเร่งรับรู้รายได้จากงานในมือ เพื่อผลักดันผลดำเนินงานทั้งปีให้เติบโตตามเป้าหมาย สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

โดยกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) บริษัทฯ จะมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่กับขยายตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Innovatek และพัฒนานวัตกรรม Green Technology ทำให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเข้ามา กว่า 8.35 ล้านบาท ทยอยรับรู้เป็นรายได้ในครึ่งปีหลัง

ด้านกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) ยังคงเดินหน้าเจาะตลาดผู้ให้บริการอาหารขนาดเล็ก และตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นด้านการปลอดเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงการให้บริการออกแบบและผลิตสินค้าตามความต้องการเฉพาะ (Customized Design) โดยมีคำสั่งซื้องานติดตั้งระบบเครื่องทำน้ำแข็ง 2 โครงการ มูลค่ารวม 32.32 ล้านบาท คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังเช่นกัน

ส่วนกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ผ่าน บมจ. เคที เมดิคอล เซอร์วิส (KTMS) เตรียมขยายศูนย์ฟอกไตอีก 11 สาขา และเพิ่มเครื่องไตเทียมประมาณ 36–64 เครื่อง ขยายฐานรายได้จากการให้บริการฟอกเลือดให้เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับเร่งส่งมอบงานของบริษัทย่อย จากงานติดตั้งระบบน้ำ 12 โครงการ ของเออร์วิง คอร์ปอเรชัน (IRV) มูลค่ารวม 9.46 ล้านบาท และงานติดตั้งระบบท่อลมรับ–ส่ง สิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ 3 โครงการ ของเมดิคอล วิชัน (MV) มูลค่ารวม 0.47 ล้านบาท สร้างการรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3

ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) บริษัทฯ สามารถขายที่ดินในโครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ลำพูน เฟส 2 จำนวน 1 สัญญา มูลค่ารวม 611.49 ล้านบาท คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ภายในไตรมาสสุดท้าย สนับสนุนผลดำเนินงานทั้งปีให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา FVC มีรายได้จากการขายและบริการ 111.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 4.41 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 1,675% ไตรมาส 2 ปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ  อีกทั้งยังเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาเป็น 34.10% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างธุรกิจใน KTMS ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย จำนวน 99.10 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นเป็นครั้งเดียว (One-time transaction) ส่งผลให้ผลดำเนินงานไตรมาส 2 รายงานขาดทุนสุทธิ 97.37 ล้านบาท และกดดันให้ผลดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิ 114.18 ล้านบาทตามไปด้วย กอนจะรับรู้กำไรหรือขาดทุน ซึ่งเกิดจากจากการจำหน่ายตามส่วนต่างระหว่างมูลค่าตามบัญชีของ KTMS ในวันที่จำหน่าย กับราคาซื้อขายสุทธิ ในวันที่การซื้อขายหุ้นมีผลสมบูรณ์

 

 



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้