1657 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) เปิดเผยแผนธุรกิจครึ่งหลัง ปี 2569 ว่า จะมุ่งเน้นการเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจที่อยู่อาศัย กับบริการสุขภาพ ให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมสร้างคุณค่าอย่างเหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น พันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารที่ดินที่ถือครองให้เกิดประโยชน์สูงสุดในรูปแบบต่างๆ เสริมเพิ่มจากธุรกิจโรงพยาบาล ขยายฐานรายได้ประจำ ตามกลยุทธ์ Reshape Portfolio ประเดิมใน 2 ธุรกิจ คือ ศูนย์คลังสินค้าและโลจิสติกส์อัจฉริยะ โครงการ OMEGA Smart Warehouse และอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ที่มอบบริการและมาตรฐานคุณภาพเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว (Branded Apartment) แบรนด์ iPlern ชวยเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างรายได้ และสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
โดยโครงการ OMEGA Smart Warehouse ที่บางนา มีพื้นที่รวมประมาณ 217,000 ตารางเมตร จำนวน 3 อาคาร สามารถจัดเก็บสินค้าได้สูงสุดกว่า 155,000 พาเลต มีแผนเปิดให้บริการในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ จะสร้างรายได้จากสัญญาบริการระยะยาว 20 ปี ทำให้มีการรับประกันรายได้ขั้นต่ำ ควบคู่กับการแบ่งปันผลกำไร
ด้าน iPlern Branded Apartment มีโมเดลธุรกิจอพาร์ตเมนต์ให้เช่าแบบบริหารเป็นพอร์ตขนาดใหญ่ รวม 60 อาคาร 4,300 ห้อง ใน 6 ทำเลยุทธศาสตร์ ครอบคลุมแหล่งงาน แหล่งการศึกษา และพื้นที่ EEC สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้หลากหลาย Segment ด้วยอัตราค่าเช่าเดือนละ 3,000 – 10,000 บาท ปัจจุบัน เปิดดำเนินการแล้ว 6 อาคาร และมีผู้เช่าเต็ม 100% ประกอบด้วย รังสิต 2 อาคาร ลำลูกกา 3 อาคาร และบ่อวิน 1 อาคาร และจะทยอยเปิดเพิ่มอีก 34 อาคารในช่วงครึ่งปีหลัง และอีก 20 อาคารในปี 2570 เพื่อสร้างรายได้ค่าเช่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาว คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิ (Net Yield) ประมาณ 7–8%
ที่สำคัญ iPlern ยังสามารถเชื่อมต่อกับบริการด้านสุขภาพภายในกลุ่ม เพื่อเพิ่มคุณค่าและประสบการณ์การอยู่อาศัยให้แก่ผู้เช่า สอดคล้องกับแนวคิด Lifetime Well-Living
ส่วนธุรกิจเฮลท์แคร์ พร้อมขยายการให้บริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะซับซ้อน รวมถึงการเพิ่มทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ม่งสู่การเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Centers of Excellence) ทั้งที่โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน และโรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ควบคู่กับการรุกขยายฐานลูกค้าองค์กร ผู้ถือประกันสุขภาพ และผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากเมียนมาร์ จีน และตะวันออกกลาง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบจากแนวโน้มระบบร่วมจ่าย (Co-Payment) ของธุรกิจประกันสุขภาพ ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับอาสาสมัครฉุกเฉิน และโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อเพิ่มการส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุและผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ โดยยังคงเป้าหมายรายได้รวมทั้งปีที่ 2,600 ล้านบาท ตามเดิม
ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะมุ่งยกระดับอัตรากำไร ด้วยการปรับพอร์ตโฟลิโอไปสู่ตลาดระดับกลางถึงระดับบน เพื่อแก้ปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับล่าง พร้อมกับปรับรูปแบบโครงการใหม่เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะในทำเล 4 หัวเมืองหลักต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง (มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท) ไตรมาสละโครงการ หลังจากเปิดแล้ว 4 โครงการ ในครึ่งปีแรก (มูลค่ารวม 4,060 ล้านบาท) หวังยกระดับยอดขาย (Presales) ทั้งปีให้ได้ 16,5000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย ควบคู่กับการเร่งระบายสต็อกคงค้าง ผ่านการจัดแคมเปญและโปรโมชันส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างกระแสเงินสด พร้อมกับเร่งโอนกรรมสิทธิ์จากยอดขายรอโอน (Backlog) รวม 2,300 ล้านบาท ให้ได้ประมาณ 1,300 ล้านบาท ผลักดันให้รายได้ปีนี้แตะ 15,000 ล้านบาท ตามแผนที่วางไว้
นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยังคงมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ยังไม่พร้อมขอสินเชื่อ กลุ่มคนเริ่มต้นทำงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ ให้มีโอกาสขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น จากโครงการ PRUKSA PASS โดยลูกค้าสามารถเข้าอยู่อาศัยก่อนและชำระเงินกับโครงการโดยตรงเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน ก่อนนำเงินที่ชำระแล้วไปหักจากราคาที่อยู่อาศัยเมื่อพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงเร่งขยายฐานลูกค้าต่างชาติ เพิ่มช่องทางตัวแทนขายขนาดเล็ก เพือต่อยอดการเติบโตของรายได้ระยะต่อไป
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 PSH มีกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 151% จากไตรมาสแรกปีนี้ (QoQ) ตามรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโต 37.8% YoY และ 21.5% QoQ เป็น 3,953 ล้านบาท โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (สัดส่วนรายได้ 83% ของรายได้รวม) เติบโต 43.4% YoY และ 23% QoQ มาอยู่ที่ 3,275 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยอดขายและยอดโอนที่ดีในกลุ่มทาวน์เฮาส์ ขณะที่ธุรกิจเฮลท์แคร์ (สัดส่วนรายได้ 15% ของรายได้รวม) เติบโตต่อเนื่อง 10.8% YoY และ 4.6% QoQ มาอยู่ที่ 588 ล้านบาท หลักๆ จากโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ส่วนธุรกิจก่อสร้างให้กับลูกค้าภายนอกเติบโต 69.5% YoY และ 291.3% QoQ เป็น 90 ล้านบาท พร้อมกับหนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 มีการเติบโตทั้งด้านรายได้และกำไร โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 120.2% จากครึ่งแรกปีก่อน แตะ 197 ล้านบาท ตามรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 13.3% มาอยู่ที่ 7,205 ล้านบาท พร้อมทั้งประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท กำหนดจ่ายเงินวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา