PREB พร้อมบริหารต้นทุนเต็มกำลัง และรับงานก่อสร้างที่คุ้ม เพิ่มความสามารถทำกำไร หนุนโตยั่งยืน

1692 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PREB พร้อมบริหารต้นทุนเต็มกำลัง และรับงานก่อสร้างที่คุ้ม เพิ่มความสามารถทำกำไร หนุนโตยั่งยืน




นายวิโรจน์ เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พรีบิลท์ (PREB) เปิดเผยแผนธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจรับการฟื้นตัวของการลงทุน ซึ่งเริ่มเห็นงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภาครัฐกลับมา และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผลักดันให้ภาคธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มสดใสมากขึ้น ในทุกธุรกิจ ทั้งธุรกิจหลัก รับเหมาก่อสร้าง (สัดส่วนรายได้กว่า 80%) และธุรกิจรอง ธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ช่วยต่อยอดการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป 

โดยธุรกิจหลัก เตรียมเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท ทั้งงานคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล รวมถึงโครงการก่อสร้างเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนด้านวิศวกรรม เพื่อเติมงานในมือ (Backlog) ให้สูงขึ้นจากที่มีล่าสุด ราว 9,200 ล้านบาท สร้างความต่อเนื่องของรายได้ใน 3 ปีนี้  

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง และการแข่งขันด้านราคา ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด สร้างการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้รายได้ทั้งปีขยายตัวจากปีก่อนเป็นเลข 2 หลัก

ประการสำคัญ บริษัทฯ จะเน้นรับงานที่มีความคุ้มค่า เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูป (Precast) และคอนกรีตเสริมใยแก้ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงขยายฐานลูกค้า นอกเหนือจากกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขยายฐานรายได้ และยกระดับความสามารถในทำกำไรในระยะยาว ส่วนธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดโอนและรายได้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างธุรกิจ

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 PREB มีรายได้รวม 1,441.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับประมาณการอัตราผลกำไรของโครงการ (จนจบโครงการ) ให้สอดคล้องกับภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ซึงทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อต้นทุนหลายรายการ ในบางโครงการ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 36.1% มาอยู่ที่ 20.07 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก สามารถเติบโตทั้งด้านรายได้และกำไร โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.9% มาอยู่ที่ 65.33 ล้านบาท ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 24% มาอยู่ที่ 2,809.96 ล้านบาท 


 





Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้