92 จำนวนผู้เข้าชม |
นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเปารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และนายศักดา ทองรอง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานสำนักงาน บมจ. กลุ่มสมอทอง (SMO) ร่วมนำเสนอข้อมูลในงาน Earning Calls (Opportunity Day) ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังว่า น่าจะเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก ได้อานิสงค์จากราคาขายน้ำมันปาล์มดิบที่ยังยืนระดับสูง และผลผลิตปาล์มสดทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 3 ช่วยให้สามารถขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องได้เต็มศักยภาพ ผลักดันให้รายได้จากการขายเติบโตสูงขึ้น ขานรับผลสำเร็จจากแผนขยายศักยภาพการผลิต จากโรงงานสาขาพนมที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตเท่าตัวเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง และบริษัทย่อย เอ แอล ปาล์ม ที่เพิ่มกำลังการผลิตจาก 60 ตัน เป็น 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตเพิ่มจาก 255 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 345 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง พร้อมรองรับความต้องการของคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก และสนับสนุนให้รายได้ทั้งปีเติบโตแตะ 10,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความยั่งยืน ตามแผน JUMP+ ด้วยการเดินหน้าลงทุนโครงการโรงงานผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) กำลังการผลิตวันละ 300 ตัน และโครงการติดตั้งเครื่องระเหยน้ำเสีย เฟส 1 (โครงการ Green Project) กำลังการผลิตวันละ 400 ลูกบาศ์กเมตร ที่ จ. นครศรีธรรมราช เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมปาล์มไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม สร้าง New S-Curve คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 2 ปี 2570 โดยหากโรงงานสามารถเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ จะสร้างรายได้สูงถึงปีละ 1,500 ล้านบาท สนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตแตะ 850 ล้านบาท ในปี 2571
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 29.56 ล้านบาท ลดลง 95.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ได้รับผลกระทบจากผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศที่ชะลอตัว กดดันให้ปริมาณขายน้ำมันปาล์มดิบลดลง 11.8% สวนทางราคารับซื้อผลปาล์มสดเฉลี่ยที่สูงขึ้น ประกอบกับการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนือง ยังกดดันให้อัตราการใช้กำลังการผลิตทำได้ไม่เต็มศักยภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 76.88% เหลือ 4.68% ถึงแม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 3.75% มาอยู่ที่ 3,513.93 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขึ้นก็ตาม พรอมกับฉุดให้ผลดำเนินงานครงปแรกพลิกจากกำไรสุทธิ 518.53 ล้านบาท มาเป็นขาดทุนสุทธิ 29.48 ล้านบาท ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลงจาก 13.78% เหลือ 4.21% ทั้งที่รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 20.25% มาอยู่ที่ 5,908.91 ล้านบาท