CEYE เคาะราคา IPO ที่ 3.86 บาท เปิดจอง 20-22 เม.ย.นี้ ก่อนเข้าซื้อขายวันแรกในตลาด mai 29 เม.ย.นี้

795 จำนวนผู้เข้าชม  | 

CEYE เคาะราคา IPO ที่ 3.86 บาท เปิดจอง 20-22 เม.ย.นี้ ก่อนเข้าซื้อขายวันแรกในตลาด mai 29 เม.ย.นี้


นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน บมจ.ตาชำนิ (CEYE) เปิดเผยว่า พร้อมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 70 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.93% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 3.86 บาท จากราคาพาร์ 50 สตางค์ ระหว่างวันที่ 20 - 22 เมษายนนี้  

ทั้งนี้ ราคา IPO ที่ 3.86 บาท ถือว่าเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของ CEYE ซึ่งทำธุรกิจคอนเทนต์โฆษณารายแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีความโดดเด่นในฐานะผู้นำด้านการผลิต และสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้มาตรฐานสากล มีบริการครบวงจร และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องในยุค Digital Disruption อีกทั้งอ้างอิงจากกำไรสุทธิต่อหุ้นของผลดำเนินงานย้อนหลัง ช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด นับจากวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมปีก่อน  ประกอบเข้ากับจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังเสนอขายต่อประชาชนในครั้งนี้จำนวน 270 ล้านหุ้น (Fully diluted) หรือคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ 36.64 เท่า

ด้านนายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.โกลเบล็ก ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน CEYE กล่าวเสริมว่า นักลงทุนน่าจะให้การตอบรับหุ้นน้องใหม่รายนี้เป็นอย่างดี เพราะการคลายตัวของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ทำให้แนวโน้มผลดำเนินงานของบริษัทฯ เริ่มฟื้นตัวชัดเจนตามไปด้วย เห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว และมีสัญญาณที่ดีต่อเนื่องในไตรมาสแรกที่เพิ่งผ่านพ้นไป เพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้และกำไรแบบก้าวกระโดด เพราะเมื่อมีการเปิดตัวสินค้า การสร้างแบรนด์ และการจัดกิจกรรมทางการตลาด จะผลักดันให้ความต้องการงานด้านครีเอทีฟและโปรดักชั่นโฆษณาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอุตสาหกรรมโฆษณามีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาด้วย

ส่วนนางสาวสุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ CEYE บอกว่า มีความมั่นใจว่า รายได้ของบริษัทฯ จะกลับมาอยู่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ในปี 2562 ที่ 300 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค รถยนต์ไฟฟ้า และการที่บริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมข้างเคียง ในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการลงทุนในบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาด (Creative Agency) เพื่อขยายบริการไปยังธุรกิจต้นน้ำ โครงการลงทุนในบริษัท โพสต์ โปรดักชั่น สำหรับผลิตวีดีโอ ภาพยนตร์ และซีรีส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างมาก และเป็นตลาดใหม่ของบริษัทฯ หรือโครงการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจสื่อออนไลน์ รวมถึงโครงการลงทุนสตาร์ทอัพและสร้างทีมนวัตกรรม เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่รวบรวมการให้บริการ และสร้าง Ecosystem ของกลุ่มครีเอทีฟคอนเทนต์ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น โดยอาศัยเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จำนวน 170.25 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่เกือบ 1,000 ตารางเมตร จำนวน 45 ล้านบาท ลงทุนในส่วนขั้นตอนภายหลังการผลิต 15 ล้านบาท และชำระคืนเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงิน 25 ล้านบาท

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น กลุ่มครอบครัวสุวรรณแสงโรจน์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นหลัง IPO ราว 45.96% รองลงไปเป็นนายชำนิ ทิพย์มณี และนางสาวณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นหลัง IPO ที่ 22.77% และ 1.85% ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี นางสาวสุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ได้มีการโอนหุ้นสามัญที่ถือในบริษัทฯ จำนวน 22.356 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.28% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนในครั้งนี้ เพื่อเป็นมรดกให้แก่นางสาวปัณดา ปุณโณทก บุตรสาวที่บรรลุนิติภาวะแล้ว โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยการโอนหุ้นมรดกครั้งนี้จะเกิดในวันแรกที่หุ้น CEYE เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai  วันที่ 29 เม.ย.นี้ โดยไม่ติดเกณฑ์ Silent Period แต่อย่างใด

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้