1428 จำนวนผู้เข้าชม |
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ประเทศไทย (YUANTA) ที่ปรึกษาทางการเงินร่วม และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บมจ. ไอทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ (I2) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้น IPO จำนวน 120 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.70 บาท ระหว่างวันที่ 25 – 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ตอกย้ำให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบครบวงจรชั้นนำ และความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต โดยเฉพาะการขยายพอร์ตงานโครงการภาครัฐ ทำให้คาดว่า จะเห็นการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในการเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) วันที่ 8 สิงหาคมนี้
ขณะเดียวกัน นายอธิพร ลิ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร I2 กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ มีแผนใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนรวม 324 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับรับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ราว 200 ล้านบาท เพราะการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ จำเป็นต้องวางเงินประกันโครงการ (Bank Guarantee) บางส่วนก่อนเริ่มงาน และใช้จัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ หรือบริการที่ต้องใช้ในการดำเนินโครงการก่อน ถึงค่อยเบิกเงินได้ตามความสำเร็จของงานตามที่ตกลงกันไว้ เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ประจำ อีก 100 ล้านบาท ใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หรือซื้อกิจการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ หนุนการเติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะยาว ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ขณะเดียวกัน นางสาวมนวลัย รัชตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส 14 แอดไวเซอรี่ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินร่วม ชี้แจงจุดเด่นของ I2 ว่า เป็นผู้ให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้งและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (System Integrator -SI) แบบครบวงจร ที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ อย่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การกีฬาแห่งประเทศไทย และ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) เลือกให้เป็นผู้รับงานโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพการทำงานที่ได้มาตรฐาน มีสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้พัฒนาซอฟท์แวร์เครือข่ายสารสนเทศชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Cisco, Oracle, Nutanix หรือ Huawei ทำให้สามารถส่งมอบงานได้ตรงเวลา หนุนให้มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสในการรับงานใหม่ๆ ต่อยอดการเติบโตของ Backlog ให้สูงขึ้นจากที่มี 961 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ ผลักดันการเติบโตของรายได้ให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และสร้างผลตอบแทนที่ดีคืนกลับผู้ถือหุ้น และเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ