AIT คงความเป็นหุ้นปันผล เตรียมจ่ายปันผลเพิ่ม 0.17 บาท ขึ้น XD 22 เม.ย. นี้

2702 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AIT คงความเป็นหุ้นปันผล เตรียมจ่ายปันผลเพิ่ม 0.17 บาท ขึ้น XD 22 เม.ย. นี้


 

บมจ. แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่ นเทคโนโลยี (AIT) ผู้นำธุรกิจรับเหมาระบบสารสนเทศและการสื่อสารอย่างครบวงจร รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปี 2566 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 161.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 45.5% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 6.5% YoY และ 5.0% QoQ มาที่ 1,815.8 ล้านบาท เนื่องจากสามารถเร่งส่งมอบงานได้ทันไตรมาสสุดท้าย อีกทั้งงานที่ส่งมอบมีอัตรากำไรสูงกว่าในไตรมาส 3

สำหรับผลดำเนินงานรวมทั้งปี บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 503.7 ล้านบาท ลดลง 7.0% YoY ตามรายได้รวมที่ชะลอตัวลง 3.1% มาอยู่ที่ 6,520.5 ล้านบาท สาเหตุจากงานโครงการมีมูลค่าน้อยกว่าปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเกิดจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 มีความล่าช้า ทำให้ต้องใช้ความพยายามในการขายให้มากขึ้น และกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม เพื่อตอกย้ำการเป็นหุ้นปันผล (Dividend Stock) ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลเพิ่ม ในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เมษายนนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเมื่อคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ในอัตรา 0.15 บาท ทำให้ AIT จ่ายปันผลรวมทั้งปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.32 บาท

โอกาสนี้ นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2567 ว่า ได้วางแนวทางการดำเนินธุรกิจใน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมกับเร่งพัฒนาบุคคลากรเพื่อรองรับการทำงานที่ท้าทาย รวมถึงพัฒนาระบบภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และหาโอกาสขยายธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมกับวางรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน 

สำหรับเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ที่ 6,800 ล้านบาท ขับเคลื่อนจากงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 5,700 ล้านบาท คิดถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีกทั้งมีงานที่อยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Waiting for P/O) อีก 235 ล้านบาท และงานที่อยู่ระหว่างเสนอราคา (Bidding in process) อีก 1,600 ล้านบาท

ขณะที่การลงทุนธุรกิจซื้อขายคาร์บอนเครดิต และการปลูกป่าสักเชิงเศรษฐกิจ ประมาณ 1,000  ไร่ ที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุด สามารถดำเนินการปลูกต้นกล้าสักไปแล้ว 40-50% รวมถึงมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตล่วงหน้าแล้ว เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้