2176 จำนวนผู้เข้าชม |
ดร. ศักดิ์ดา พรรณไวย (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนางสาวบงกชรัตน์ ตั้งชูกุล (ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจและการเงิน บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) ร่วมนำเสนอข้อมูลธุรกิจ ผ่านการจัดประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst meeting) และบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จากสำนักงานใหญ่บริษัทฯ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อชี้แจงสาเหตุที่ทำให้ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปีนี้ มีการเติบโตของรายได้และกำไรสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนในทิศทางเดียวกันว่า มีผลจากปริมาณการจราจรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ควบคู่ไปกับการบริหารผลตอบแทนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว และการที่สายการบินหลายสายกลับมาใช้อาคารสนามบินดอนเมืองเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ กระตุ้นให้ปริมาณการจราจรคึกคักมากขึ้น สนับสนุนให้รายได้รวมทั้งปีเติบโต 10% ตามแผนที่วางไว้ เมื่อใช้สมมติฐานปริมาณการจราจรเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 116,000 คัน เทียบกับเฉลี่ยวันละ 106,907 คัน ในปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย คือโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทล์ลเวย์) ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว (M82) และจุดพักรถริมทางหลวง เพื่อขยายโอกาสการเติบโตในอนาคต และสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ถือหุ้น โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการสานต่อพันธกิจเพื่อความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero Emission ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Solar Rooftop ให้ครอบคลุมทั้งหมด การนำวัสดุลดความร้อนมาใช้ในการบำรุงรักษาทางยกระดับ เช่น สีลดโลกร้อน ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก หรือการทยอยติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า และปรับปรุงศูนย์อำนายความสะดวกตามด่านเก็บค่าผ่านทางต่างๆ
ขณะที่ผลดำเนินงานของ DMT งวดไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 264.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาส 3 ปีก่อน ตามรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้น 5% มาอยู่ที่ 618.56 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนของปี มีกำไรสุทธิ 770.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วง 9 เดือนปีก่อน ตามรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 1,825.49 ล้านบาท