2113 จำนวนผู้เข้าชม |
นางกาญจนา เหลารัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โพลีเน็ต (POLY) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive) สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical) แบบครบวงจร เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2567 ว่า น่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าไตรมาส 3 หนุนจากการรับรู้รายได้ค่าแม่พิมพ์ การผลิตชิ้นงาน ค่าประกอบชิ้นงานและเริ่มผลิตชิ้นงานหลักในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มธุรกิจ Automotive จะเริ่มรับรู้รายได้จากค่าแม่พิมพ์ที่เกิดจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้าในอเมริกามาไทยต่อเนื่องจากไตรมาส 3 และการเริ่มผลิตชิ้นงานหลังจากผลิตแม่พิมพ์เสร็จ ต่อยอดรายได้จากการขายบางส่วน ก่อนจะรับรู้รายได้เต็มตัวในปีหน้า อีกทั้งยังจะรับรู้รายได้ใหม่จากการร่วมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กับโตโยต้า รับการเปิดตัวรีโว่โมเดลใหม่ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Consumer Products ที่เริ่มมีการผลิตสินค้าใหม่ตามแผนขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะ Global Brands และกลุ่มธุรกิจ Medical ที่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จในการเจาะตลาดที่กว้างขึ้น และการเพิ่มประเภทสินค้า ผ่านช่องทางจำหน่ายที่มีหลากหลายขึ้น และเตรียมผลิตสินค้าใหม่ อุปกรณ์เก็บเลือดสำหรับผ่าตัดทรวงอก (Chest Drains for Surgery) ซึ่งได้พัฒนาแม่พิมพ์ที่เป็นชิ้นส่วนงานหลักของสินค้าใหม่เสร็จแล้ว พร้อมผลิตและส่งมอบในปี 2568 เดือนละ 1,000 เซต คิดเป็นรายได้เดือนละ 2 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็นเดือนละ 2,500-3,000 เซตในปี 2569 และเดือนละ 10,000 เซต ในปี 2570 คิดเป็นรายได้เดือนละ 5-6 ล้านบาท และ 20 ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาด Homecare ในอเมริกา ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 100,950 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% ผลักดันให้ผลดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดรายได้ปี 2568 เติบโตจากปี 2567 ไม่ต่ำกว่า 20%
ประการสำคัญ สัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Medical จะเติบโตขึ้นมาสูงในระดับ 20-25% ผลจากการที่สินค้ากลุ่มนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า 50%
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 56.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 19.4% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจ Medical อีกทั้งยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุนกลุ่ม Medical รวมถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพขึ้น ทั้งที่รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 255.4 ล้านบาท พร้อมกับผลักดันให้ผลดำเนินงานงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 150.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 87.7% ทั้งที่รายได้จากการขายจะถูกกระทบจากการชะลอตัวของยอดขายกลุ่ม Automotive และ Consumer Products ฉุดให้รายได้เพิ่มขึ้นเพียง 1.1% มาอยู่ที่ 727.9 ล้านบาท