2279 จำนวนผู้เข้าชม |
นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. โรงพยาบาลมุกดาหาร อินเตอร์เนชั่นแนล (HANN) เปิดเผยผลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 160 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 28.57% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 0.70 บาท จากราคาพาร์ที่หุ้นละ 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างดี ทำให้สามารถขายหุ้นได้ครบตามเป้าหมาย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานที่เข้มแข็ง ทั้งจากประสบการณ์ในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ยาวนานกว่า 30 ปี การมีความพร้อมด้านเครื่องมือและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ สามารถสร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าทุกกลุ่ม ในจังหวัดยโสธร มุกดาหาร และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ผลักดันให้ผลดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคง และมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว จากการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจ อีกทั้งการตั้งราคาเสนอขายหุ้น IPO ยังสมเหตุสมผล คิดเป็น P/E ที่ระดับ 10.25 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนรายย่อย ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมยังพร้อมใจถือหุ้นทั้งหมดเพิ่มเติมจากหุ้นที่ติดเกณฑ์ Silent Period (จำนวน 308 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 55% เป็นระยะเวลา 1 ปี) จำนวน 76 ล้านหุ้น จากหุ้นทั้งหมด 92 ล้านหุ้น ออกไปอีก 1 เดือน ทำให้คาดว่า การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) วันที่ 14 สิงหาคมนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนช่วงเสนอขายหุ้น IPO เช่นเดียวกัน
ขณะที่นางประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HANN ขอบคุณนักลงทุนทุกรายที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้น IPO อย่างท่วมท้น พร้อมกับยืนยันว่า จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ไปใช้ขยายธุรกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปลงทุนก่อสร้างอาคารใหม่ ในโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จ. มุกดาหาร และก่อสร้างอาคารใหม่ ในโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จ. ยโสธร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วไป และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เข้มแข็งมากขึ้น พร้อมกับวางรากฐานสู่การการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว
สำหรับภาพระยะสั้น 2 ปีนี้ (ปี 2568-69) ในเบื้องต้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ค่ายทรีนีตี้ (TNITY) ประเมินแนวโน้มรายได้ที่ 543 ล้านบาท และ 622 ล้านบาท และคาดการณ์กำไรที่ 38 ล้านบาท และ 66 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโต 73.7% ส่วน GBS คาดการณ์รายได้ที่ 544 ล้านบาท และ 635 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 36 ล้านบาท และ 55 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโต 62% พร้อมกับประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 0.81-0.90 บาท