18 จำนวนผู้เข้าชม |
นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สโตนวัน (STX) ผู้นำธุรกิจเหมืองหินและแร่ เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจปี 2569 ว่า น่าจะเติบโตสอดคล้องไปกับภาวะเศรษฐกิจไทย ตามการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และแรงหนุนจากการขยายโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ยุทธศาสตร์
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายแหล่งสำรองหิน จากการพัฒนาโครงการเหมืองใหม่ ที่จังหวัดเพชรบุรี และการร่วมมือกับเหมืองที่มีศักยภาพ สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบระยะยาว ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์หินแกรนิต (Granite) หินปูน (Limestone) และแร่โดโลไมต์ (Dolomite) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง และมีความต้องการสูงในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก กระจก บรรจุภัณฑ์แก้ว ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้ในอนาคต ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม และบริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อนำเงินมาลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนสูงกว่า รวมถึงปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเสริมความสามารถในการเติบโตอย่างมั่นคงในทุกภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนยกระดับการดำเนินงานตามหลัก ESG เพื่อสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และความร่วมมือที่ดีจากชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน
ซึ่งล่าสุด การพัฒนาโครงการเหมืองหินปูนใหม่ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีสิทธิประทานบัตรคงเหลือเป็นเวลา 26 ปี บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างแบบ Turn-key project กับผู้รับเหมาเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเดินหน้าก่อสร้างและติดตั้งระบบเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตครบวงจร พร้อมเร่งงานพัฒนาหน้าเหมืองและระบบสาธารณูปโภค ตามแผนงานที่วางไว้ คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปลายไตรมาสแรกปี 2569 ก่อนจะผลิตหินปูนเต็มกำลังการผลิตตามประทานบัตร 25 ล้านตัน ช่วยเสริมความมั่นคงของวัตถุดิบหินปูน เพิ่มเติมจากเหมืองเดิม 2 แห่ง คือ เหมืองหนองข่า จ. ชลบุรี และเหมืองจอมบึง จ. ราชบุรี ใหพร้อมตอบสนองความต้องการวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง