คาดกำไร BAY ปี 2569 ใกล้เคียงปี 2568 ขานรับแผนเติบโตอย่างสมดุล ตามกลยุทธ์ ONE Krungsri

27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คาดกำไร BAY ปี 2569 ใกล้เคียงปี 2568 ขานรับแผนเติบโตอย่างสมดุล ตามกลยุทธ์ ONE Krungsri




หลังจากนายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประกาศแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมมุ่งการเติบโตอย่างสมดุล เพื่อยกระดับความยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้กลยุทธ์ ONE Krungsri โดยผสานพลังของเทคโนโลยี และพลังจากทุกกลุ่มธุรกิจในไทย รวมถึงเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียน และศักยภาพของบริษัทแม่ MUFG เพื่อส่งมอบประสบการณ์ และโซลูชันที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า สามารถตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์สำหรับลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ และนักลงทุน สร้างรากฐานความมั่นคงในระยะยาวให้กับภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน และระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม ขับเคลื่อนผ่าน 5 วาระเร่งด่วนเชิงโครงสร้าง ประการแรก การผ่อนคลายปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย ให้ประชาชนกลับมามีเสถียรภาพทางการเงิน ผ่านแนวทาง 3 ระดับ ได้แก่ การช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องในยามวิกฤต การร่วมมือกับภาครัฐ ในการส่งมาตรการแก้หนี้ต่าง ๆ ให้ถึงครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนความรู้ทางการเงิน ประการที่สอง การเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SME ให้สามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประการที่สาม การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการลงทุน เชื่อมโยงโอกาสระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ประการที่สี่ การเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกภาคส่วน และประการสุดท้าย การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินไทยอย่างยั่งยืน 

สำหรับเป้าหมายการทำธุรกิจ ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อเพิ่มจาก 1.7% ในปี 2658 เป็น 2–4% เน้นไปที่การปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพสูง สินเชื่อด้าน ESG (ตั้งเป้าสนับสนุนการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน เพิ่มเป็น 350,000 ล้านบาท) และสินเชื่อใน ASAEN พร้อมกับบริหารส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้ได้ที่ 4.0–4.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 4.35% ในปี 2568 และเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ให้เติบโตเป็นเลขหลักเดียว ในระดับกลางๆ ขณะเดียวกัน จะควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to income ratio) ให้ลดลงจาก 47% ในปีก่อน เหลือ 40 กลางๆ รวมถึงพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ให้ได้ในระดับ 200-230 bps เทียบกับ 227bps ในปีก่อน สอดคล้องกับการควบคุมหนี้เสีย (NPL ratio) ให้ได้ในกรอบ 3.25-3.5% เทียบกับ 3.26% ในปี 2568  








เป้าหมายดังกล่าว ทำให้นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารจากทิสโก้ (TSC) ฟิลลิป (PLS) กสิกรไทย (KS) และอินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) คาดหมายแนวโน้มกำไรปี 2569 ของ BAY จะทรงตัวจากปีก่อน ที่ระดับ 3.1-3.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยังคงสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตรา 3.3-3.4% พร้อมกับประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 27.50 บาท





Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้