คาดแนวโน้มกำไร TISCO ปี 2569 โตเล็กน้อย การันตีเงินปันผลระดับ 6.7-6.8%

29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คาดแนวโน้มกำไร TISCO ปี 2569 โตเล็กน้อย การันตีเงินปันผลระดับ 6.7-6.8%


 

 

หลังจากนายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569–2571) มุ่งเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยมุ่งเน้นขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีศักยภาพ พร้อมกับยกระดับประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี AI และโซลูชันดิจิทัล พัฒนาระบบนิเวศทางการเงินแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและตอบโจทย์ลูกค้า ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก สร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับลูกค้าและสังคมในระยะยาว ในฐานะสถาบันการเงินที่ทุกคนเชื่อมั่นไว้วางใจได้ (Your Truted Financial Advisor)

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2569 ในส่วนธุรกิจรายย่อย ซึ่งมีสัดส่วนราว 70% ของสินเชื่อรวม ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง รถจักรยานยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ สมหวัง เงินสั่งได้ จะมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการดิจิทัลครบวงจร ควบคู่การใช้ AI Virtual Coach และระบบอัตโนมัติยกระดับประสิทธิภาพสาขา พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก แม้อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ ที่จะเน้นการเติบโตแบบคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพสูง พร้อมเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัยด้วยโมเดลที่เหมาะสมกับลูกค้า และเตรียมระบบรองรับสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้า 30% ของสินเชื่อใหม่เป็นสินเชื่อรถไฟฟ้า (BEV)

ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ จะใช้กลยุทธ์ Selective Growth ในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ พลังงาน รวมถึงขยายไปยังกลุ่มธุรกิจ Healthcare และ Data Center พร้อมผลักดันสู่การเงินสีเขียว (Green Financing) เพื่อจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรทางการเงินสนับสนุนโครงการและธุรกิจที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้า 25% ของสินเชื่อองค์กรเป็นโครงการพลังงานสะอาดภายในปี 2573 ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอี จะขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และหอการค้าจังหวัดเพื่อเจาะตลาดท้องถิ่น เพิ่มโอกาสปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) โดยป้องกันความเสี่ยงด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ

ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าเติบโตของสินเชื่อที่ 0-5% เน้นไปที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์  รวมถึงเริ่มเจาะตลาดสินเชื่อโฉนดที่ดิน พร้อมกับบริหารส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้สูงขึ้นจาก 4.77% ในปีก่อน จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ขณะเดียวกัน จะควบคุมค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ให้ทรงตัวที่ประมาณ 1% สอดคล้องกับการควบคุมหนี้เสีย (NPL ratio) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยจะยังคงเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ และควบคุมวงเงินสินเชื่อที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

ขณะเดียวกัน TISCO ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ให้เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) จะมุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนด้วยการให้คำปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Holistic Financial Advisory) ครอบคลุมตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ การวางแผนเกษียณ ไปจนถึงการวางแผนมรดก โดยผสานความเชี่ยวชาญในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินกับเทคโนโลยี ผ่านโปรแกรม TISCO My Goal และแพลตฟอร์ม My Wealth เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากพันธมิตรชั้นนำ และพัฒนาระบบนิเวศทางการเงิน (Financial Health & Wealth Ecosystem) โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Mass Affluent ที่มีสินทรัพย์ลงทุน (AUM) ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติของชีวิตทางการเงิน

เช่นเดียวกับธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Brokerage) ที่จะพัฒนาแพลตฟอร์ม Investifi+ ให้เป็นที่ปรึกษาการลงทุนครบวงจร เพิ่มฟังก์ชัน AI Smart Agents เพื่อยกระดับประสบการณ์ พร้อมขยายสินทรัพย์ซื้อขายให้หลากหลายขึ้น อีกทั้งเสริมบริการลูกค้าสถาบันผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Jefferies รวมถึงธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) จะมุ่งมั่นให้บริการที่ปรึกษาด้านประกันระดับพรีเมียม โดยคัดสรรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ภายใต้แพลตฟอร์ม Open Architecture ที่เกิดจากความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ พร้อมขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ Family First เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมและตรงใจสำหรับแต่ละบุคคล

สำหรับธุรกิจบริหารจัดการกองทุน (Asset Management) จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายตัวแทน ควบคู่กับการออกแบบกองทุนที่ตอบโจทย์ผู้เกษียณอายุ มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเพื่อความมั่นคงระยะยาว พร้อมจ่ายปันผลเพื่อสร้างรายได้เสริม เสริมด้วยแคมเปญ Debt-Free, More Savings เพื่อส่งเสริมการออมและลดภาระหนี้สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กลยุทธ์เหล่านี้ ทำให้นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารส่วนใหญ่ ประเมินแนวโน้มกำไรปี 2569 ของ TISCO ว่าจะเติบโตเล็กน้อยจาก 6.6 พันล้านบาท ในปีก่อน เป็น 6.7-6.9 พันล้านบาท พร้อมกับคาดหมายอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูงกว่า 6.8% ในปี 2568 (จ่ายในอัตราหุ้นละ 7.75 บาท ในจำนวนนี้เป็นการจ่ายงวดครึ่งปีหลัง ในอัตราหุ้นละ 5.75 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 29 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 19 พฤษภาคมที่จะถึงนี้) คิดเป็นราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 107 บาท  

 

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้