KTB ถูกยกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มธนาคาร จาก ROE สูงเกิน 10% การันตีโอกาสจ่ายเงินปันผลได้สูงขึ้น

39 จำนวนผู้เข้าชม  | 

KTB ถูกยกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มธนาคาร จาก ROE สูงเกิน 10% การันตีโอกาสจ่ายเงินปันผลได้สูงขึ้น




หลังจากนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย (KTB) ออกมาชี้แจงกลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีธนาคารว่า พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ ภายใต้แนวคิด ทุกย่างก้าว สร้างคุณค่า สู้อนาคต ทั้งเพื่อรับมือความท้าทายรอบด้าน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สามารถส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการแสวงหาแหล่งการเติบโตใหม่ (New Growth Curve) ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และโซลูชั่นการลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม การรุกธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และเดินหน้าธุรกิจ Virtual Bank เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ธนาคารจะให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทำให้ยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตเพียง 0-2% มุ่งเน้นไปที่สินเชื่อภาครัฐ และสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจและลูกค้าเดิมที่ยังมีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดูแลกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ยังเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) จาก 114 bps ในปี 2568 ให้เหลือ 75-115 bps เช่นเดียวกับหนี้เสีย (NPL ratio) ที่จะดูแลไม่ให้เกิน 3.1% เทียบกับ 2.9% ในปีก่อน โดยมีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (JV-AMC) ภายในครึ่งแรกปีนี้  

และเนื่องจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปีนี้มีแนวโน้มลดลงจาก 2.8% ในปีก่อน ลงมาอยู่ที่ 2.4-2.5% ทำให้ธนาคารพร้อมผลักดันรายได้จากค่าธรรมเนียมให้เติบโตใกล้เคียงกับปีก่อน และควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to income ratio) ให้ลดต่ำกว่า 40% หรือเพิ่มไม่เกิน 44% รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเงินทุนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการลดอัตราส่วนสำรองหนี้เสีย (Coverage Ratio) จากที่สูงระดับ 200% ลงมาเหลือ 170% เพื่อรักษาฐานกำไร พร้อมกับเพิ่ม ROE ให้สูงกว่า 10% ตอกย้ำศักยภาพในการจ่ายเงินปันผล (payout ratio) ระดับ 6-7% ต่อเนื่องจากปี 2568 (ทั้งปีจ่ายในอัตราหุ้นละ 2.67 บาท ในจำนวนนี้เป็นการจ่ายงวดครึ่งปีหลัง ในอัตราหุ้นละ 2.24 บาท แบ่งเป็นปันผลจากกำไรสะสม 1.64 บาท และปันผลพิเศษ 0.60 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 10 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 30 เมษายน)  







ความชัดเจนในการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล และความสามารถในการบริหาร ROE ไม่ให้ต่ำกว่า 10% แม้แนวโน้มดอกเบี้ยจะเป็นขาลง โดยอาศัยจุดแข็งจากการกันสำรองที่สูงต่อเนื่องตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา และพอร์ตสินเชื่อความเสี่ยงต่ำ ทำให้นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคาร ปรับราคาเป้าหมายของ KTB ขึ้นมาที่ 34-35 บาท พร้อมกับยกให้เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต่อไป




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้