1494 จำนวนผู้เข้าชม |
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ (กลาง) ประธานกรรมการบริหาร พร้อมนายสุรัตน์ ฉายาวรเดช (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน และนายกฤษดา คุรุจิตโกศล (ขวา) ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการคลังและนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) จัดประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analst Meeting) ที่สำนักงานใหญบริษัทฯ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อชี้แจงผลดำเนินงานงวดปี 2568 พร้อมเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 สรุปสาระสำคัญได้ว่า บริษัทฯ พร้อมสานต่อพันธกิจในการสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นอีกกลไกในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวังต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าสินเชื่อปี 2569 เติบโต 10-15% เน้นไปที่สินเชื่อมีหลักประกัน โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีวงเงินต่ำ แต่สามารถติดตามหนี้และควบคุมคุณภาพหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกันจาก 13% เหลือ 11% เพื่อควบคุมหนี้เสีย (NPL) และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ให้ได้ไม่เกิน 2.55% และ 2.6% ตามลำดับ เท่าปีก่อน และเพื่อรับมือความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจ พร้อมควบคุมอัตราส่วนสำรองหนี้เสีย (Coverage Ratio) ไม่ให้ต่ำกว่า 140% เพื่อรักษาอันดับเครดิต และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่การบริหารต้นทุนทางการเงิน ตั้งเป้าลดต้นทุนให้ต่ำกว่า 4.45% ด้วยการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ราว 30,000 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในปีนี้ ผ่านการออกหุ้นกู้ล๊อตใหม่ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายในการบริหาร ที่จะพยายามควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to income ratio) ให้ได้เท่าเดิมที่ 47–48% ด้วยการชะลอการเปิดสาขาใหม่ทั้งปีลงมาที่ 300-400 สาขา เทียบกับ 502 สาขาในปีก่อน ควบคู่ไปกับการเพิ่มผลิตภาพสินเชื่อต่อสาขา และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมให้สูงขึ้น
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อนหน้า หนุนจากสินเชื่อที่ขยายตัว 11.6% และการเปิดสาขาใหม่ที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากขึ้น ผลักดันให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น และการควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ดีขึ้น ทำให้ credit cost ลดลง ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 10.2% เป็น 30,739 ล้านบาท อีกทั้งอัตรากำไรสุทธิเร่งตัวขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 21.9% ส่วนหนึ่งเป็นความสำเร็จจากผลงานในงวดไตรมาสสุดท้ายของปี ที่บริษัทฯ สามารถขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และการควบคุมคุณภาพหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทั้ง credit cost และ NPL ลดลง ผลักดันให้กำไรสุทธิสูงขึ้น 3% QoQ และสูงขึ้น 15% YoY เป็น 1,781 ล้านบาท และเตรียมจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.29 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 28 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 25 พฤษภาคมที่จะถึงนี้

ความสำเร็จในการขยายสินเชื่อ และการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์หุ้นกล่มไฟแนนซ์แทบทุกค่าย คาดหมายแนวโน้มผลดำเนินงานของ MTC ในปี 2569 จะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และน่าจะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ขับเคลื่อนจากทั้งการเติบโตของสินเชื่อเป็นเลข 2 หลัก การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย และการลดต้นทุนทางการเงินด้วยการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง อีกทั้งการมีจำนวนสาขามากที่สุด ยังจะช่วยให้ธุรกิจได้ประโยชน์จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่เต็มที่ที่สุด โดยมีการคาดหมายกำไรสุทธิปีนี้เติบโตขึ้นมาที่ 7,500-7,800 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยที่ 47 บาท